เส้นประธานสิบ

ความหมายของเส้นประธาน

เส้นประธาน คือ เส้นซึ่งเป็นหลักสำคัญของวิชาการนวดไทย ตามที่บูรพาจารย์ได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมา เชื่อกันว่ามีเส้นอยู่ในร่างกายถึง 72,000 เส้น แต่ที่เป็นเส้นประธานแห่งเส้นทั้งปวงมีเพียง 10 เส้นเท่านั้น เส้นประธานเป็นทางเดินของลม ซึ่งเป็นพลังกายในที่หล่อเลี้ยงร่างกายให้ทำงานได้ตามปกติ

ความสำคัญของเส้นประธาน

เส้นประธานมีความสำคัญต่อการบำบัดรักษาโรคด้วยวิธีการนวดไทย   เพราะเป็นโครงสร้างที่ใช้ในการอธิบายถึงความเป็นปกติสุข และความผิดปกติของร่างกายได้ โดยเฉพาะความผิดปกติซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดขัดหรือกำเริบของลม   จึงสามารถนำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของความผิดปกตินั้น ว่ามีความสัมพันธ์กับเส้นประธานเส้นใด รวมทั้งสามารถกำหนดวิธีการนวดรักษา ที่สอดคล้องสัมพันธ์กับเส้นประธานนั้นได้อย่างมีหลักการ

โครงสร้างเส้นประธาน

ถ้าพิจารณาโดยรอบคอบและทดลองปฏิบัติตามตำราแล้ว   เส้นประธานไม่น่าจะหมายถึงหลอดเลือด หรือเอ็นอย่างที่เข้าใจกัน เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับความรู้ทางกายวิภาคสมัยใหม่ พบว่าทางเดินของเส้นประธานที่จะกล่าวถึงต่อไปนั้น ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กับทางเดินของหลอดเลือด หรือเส้นเอ็นอย่างตรงตัวเสียทีเดียว และจากากรศึกษาโดยการกดจุดเริ่มต้นของเส้นประธานบริเวณสะดือแล้ว พบว่าเกิดความรู้สึกแล่นไปได้ตามทิศทางที่ระบุไว้ในตำรา   จึงเป็นไปได้ว่าทางเดินของเส้นประธานก็คือ ทิศทางการแล่นของกระแสความรู้สึกที่เกิดจากการกดจุดต่างๆ นั่นเอง
 
อาจกล่าวได้ว่าลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของเส้นประธาน ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นโครงสร้างแบบใด และจากการศึกษาโครงสร้างอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายที่สามารถเกิดกระแสความรู้สึกแล่นภายในร่างกาย พบว่า โครงสร้างภายในร่างกาย ที่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกแล่นได้นั้น อาจเป็นเส้นประสาท เยื่อหุ้มกระดูก พังผืด เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ หรือผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีปลายประสาทมาเลี้ยง
 
การนวดเป็นการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง ทางสรีรวิทยาเพื่อเกิดผลในการรักษา จึงอาจเป็นการนวดที่โครงสร้างใดโครงสร้างหนึ่งหรือหลายโครงสร้างผสานกัน โดยประสานเชื่อมต่อผ่านทางปลายประสาทดังกล่าว
 
นอกจากนี้เมื่อศึกษาวิวัฒนาการของตัวอ่อนของมนุษย์ พบว่า เนื้อเยื่อชั้นนอกสุดของตัวอ่อน ได้วิวัฒนาการเติบโตไปเป็นส่วนของผิวหนังและระบบประสาท   การเชื่อมต่อประสานของระบบประสาท จึงมีลักษณะเป็นเครือข่ายร่างแหครอบคลุมทั่วร่างกาย จึงเป็นไปได้ที่จะสันนิษฐานว่าโครงสร้างของเส้นประธาน   ซึ่งสัมพันธ์กับปลายประสาท อาจจะมีโครงสร้างเป็นแบบเครือข่ายร่างแหเช่นเดียวกัน
 
อนึ่งการเขียนโครงสร้างของเส้นประธานบนท่ากายวิภาค (Anatomical Position)  ของไทยนั้นจะมีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง คือเขียนบนภาพคนยืนย่อเข่า และผายมือไว้ข้างลำตัว ท่ากายวิภาคแบบนี้ หากขาดความเข้าใจที่ถูกต้องจะรู้สึกว่าเป็นท่าที่ดูไม่เรียบร้อย หนังสือรุ่นหลังบางเล่มได้เปลี่ยนการเขียนโครงสร้าง และจุดบนเส้นประธานโดยใช้ท่ากายวิภาคสมัยใหม่ คือท่ายืนตรง ซึ่งอาจไม่ถูกต้อง เป็นการดัดแปลที่อาจทำให้เกิดความเสียหายในทางวิชาการ  หรืออาจทำให้มีความเข้าใจที่ดีก็ได้ เพราะท่ายืนย่อเข่าจะเป็นท่าที่ทำให้มองเห็นเส้นต่างๆ เป็นแนวแถวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่บิดเบี้ยวแบบที่ปรากฏในท่ายืนตรง จึงขอตั้งข้อสังเกตให้ปรากฏและขอนำภาพทั้ง 2 แบบมาเปรียบเทียบไว้เพื่อความเข้าใจที่ดี และใช้เที่ยบเคียงประโยชน์ในการศึกษาวิชาการนวดไทย ณ ที่นี้

องค์ประกอบที่สัมพันธ์กับเส้นประธาน

องค์ประกอบตามทฤษฎีเส้นประธาน มี 3 องค์ประกอบที่สำคัญ คือ
1. เส้น ซึ่งมีเส้นประธาน และเส้นแขนงต่างๆ มีทางเดินของเส้นที่แน่นอน
2. ลม เป็นพลังซึ่งแล่นไปตามเส้น หากลมแล่นไม่ปกติ มีการติดขัด ย่อมก่อโทษทำให้เกิดความเจ็บป่วยได้
3. จุด เป็นตำแหน่งบนร่างกายที่มีความสัมพันธ์กับเส้น เมื่อกดหรือกระตุ้นถูกจุด จะเกิดกระแสความรู้สึกแล่นของลมไปตามแนวเส้นได้

ทางเดินของเส้นประธาน

ทางเดินของเส้นประธาน หมายถึง ทางเดินของพลังลมที่แล่นภายในร่างกายซึ่งสามารถรับรู้ได้ เมื่อกดจุดที่สัมพันธ์กับเส้นประธานนั้นๆ ทางเดินดังกล่าวมีทิศทางที่แน่นอน และมีลักษณะเป็นแนวแถวทอดไปอย่างเป็นระเบียบ

เส้นประธาน จุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด

1. เส้นอิทา เริ่ม ตั้งแค่ท้องด้านซ้ายพาด มาที่หัวเหน่าแล่นลงไปที่ต้นขา แล้วเลี้ยวไปตามบริเวณหน้าของสันหลังแนบไปกับกระดูก แล้วเลี้ยวตลบมาบริเวณจมูกด้านซ้าย มีลมประจำที่เรียกว่าลมจันทะกะลา

2. เส้นปิงคลา มี แนวกำเนิดเหมือนเส้นอิทา แต่กลับข้างกัน โดยเริ่มจากบริเวณท้อง ผ่านหัว เหน่าไปต้นขาขวา  อ้อมไปท้อง แนบแนวกระดูกสันหลังด้านขวาขึ้นไปศรีษะอ้อมวกลงมาจมูกด้านขวามีลมประจำที่ เรียกว่าลมสูริยะกะลา

3. เส้นสุมนา กำเนิดจากตรงกลางท้อง ตรงขึ้นไปถึงขั่วหัวใจ แนบคอหอยจนวรรคตลอด

4. เส้นกาลทารี จุด กำเนิดตามคัมภีร์โลกนิทานกล่าวว่า เส้นกาลทาลีแล่นออกจากท้องแตกเป็น 4 แขนงโดย สองเส้นผ่านขึ้นไปตามซี่โครงสุดท้ายข้างละเส้น ร้อยขึ้นไปที่สบักในทั้งซ้ายและขวา แล่นขึ้นไปกำด้นต้นคอตลอดเศียร เวียนลงมา ทวนไปบรรจบหลังแขน ทั้งสอง ออกไปที่ข้อมือ แตกเป็น  5 แถว ตามนิ้ว ส่วนอีก 2 เส้น แล่นไปข้างหน้าตามหน้าขา 2 ข้าง วางลงไปหน้าแข้ง หยุดที่ข้อมือแตกออกเป็น 5 แขนง ตามนิ้วเท้าทั้งสองข้าง

5. เส้นสหัศรังษี (ตาซ้าย) จากตำราโรคนิทานกล่าวว่า เส้นนี้ออกจากท้องด้านซ้ายแล่นลงไปต้นขาตลอดลงไปฝ่าเท้า แล่นผ่านนิ้วเท้าบริเวณต้นนิ้วทั้ง 5  แล้วย้อนขึ้นมาทางซ้าย แล้วแล่นทอดเต้านมซ้ายเข้าไปชิดแนวคอ ข้างคอ ลอดขากรรไกรในสุด ที่ตาซ้ายเรียก  สหัสรังษี        

6. เส้นทุวารี (ตาขวา) เส้นทุวารีหรือเรียกว่า ทะวาคะตา,ทะวารจันทร์ รวมเรียกได้ 3 ชื่อ ส่วนทางเดินของเส้นทุวารี เช่นเดียวกับเส้นสหัสรังษี แตกต่างกันเพียงอยู่ทางด้านขวาของร่างกาย

7. เส้นจันทภูสัง (หูซ้าย) จากตำราโรคนิทาน เส้นจันทภูสัง (โสต)ซ้ายมีชื่อเรียก 3 ชื่อ คือ   "อุรัง"  " ภูสำวัง " และ " สัมปะสาโส"   กำเนิดเส้นคือ แล่นจากท้องขึ้นไปตามราวนมซ้ายไปจรดที่หูซ้าย

8. เส้นรุทัง  หรือ  รุชัง  (หูขวา) รุทังมีอีกชื่อหนึ่งว่า" สุขุมอุสะมา" แนวของเส้นเหมือนกับเส้นจันทภูสังแตกต่างกันที่เป็นเส้นซึ่งอยู่ทางซีกขวา ของร่างกาย

9. เส้น สิขินี ตามตำราโรคนิทาน เรียกวื่อเส้นสิขินีว่า  " รัตคินี "  หรือ " สังคินี มีจุดกำเนิดจากท้อง ลงไปยังท้องน้อยและอวัยวะเพศ

10. เส้นสุขุมัง ตามตำราโรคนิทานเรียกว่า "กังขุง"  แล่นจากท้อง กระหวัดรอบทวาร มีหน้าที่บีบรัดให้อุจาระถูกขับถ่ายออกมา