การฝังเข็ม

การฝังเข็มรมยา เป็นศาสตร์สำคัญแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ที่มีประวัติมายาวนานหลายพันปี ว่ากันว่ายาวนานกว่าการใช้ยาจีนเสียอีก เพราะตั้งแต่ยุคหินที่ผู้คนเริ่มสะสมบทเรียนจากการดำรงชีวิต และการเจ็บไข้ได้ป่วย พอถูกหินทิ่มตำแล้วโรคหายได้ จึงมีการคิดค้นฝนหินมาทิ่มตามจุดเจ็บ มาถึงยุคโลหะจนพัฒนามาเป็นเข็มเล่มเล็กๆในปัจจุบัน  

จากจุดเจ็บเล็กๆหลายจุดเชื่อมต่อกันจนก่อเกิดเป็นเส้น จากหลายๆเส้นจนเป็นระบบเส้นลมปราณ ที่หมุนเวียนอย่างไม่มีจุดสิ้นสุดอย่างมีกฎเกณฑ์นี้ก็สรุปบทเรียน จนกลายเป็นทฤษฏีเส้นลมปราณ ที่มีวงโคจรไม่มีจุดสิ้นสุด อันเอกลักษณ์ของศาสตร์การฝังเข็มที่เป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องอิงกับศาสตร์อื่น ศาสตร์การฝังเข็มนั้นจริงๆแล้ว แพทย์แผนจีนจะเรียกว่า ฝังเข็มและรมยา การฝังเข็มก็คือการเอาเข็มที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการนี้ ปักเข้าไปที่จุดฝังเข็มบนเส้นลมปราณ ให้บรรลุในการรักษาโรค การรมยาก็คือการเอาโกฐจุฬาลัมพา มาอัดเป็นก้อนเล็กๆ แล้วรมบนจุดฝังเข็ม หรือเสียบไว้ที่ด้ามเข็มที่เราปักเข้าไปที่จุดฝังเข็ม แล้วจุดไฟ เพื่อให้ความร้อนผ่านเข็มเข้าไปอบอุ่นเส้นลมปราณ มักจะใช้ควบคู่กันเสมอ ดังนั้นชื่อของศาสตร์การฝังเข็มในภาษาจีน จึงไม่ใช่ฝังเข็มอย่างเดียว แต่ต้องเป็นฝังเข็มรมยาจึงจะถูกต้องและสมบูรณ์

แพทย์จีนทุกคนต้องเรียนรู้ศาสตร์การฝังเข็ม ต้องพัฒนาให้เข้าสู่ระดับมาตรฐาน ซึ่งในตอนนี้องค์การอนามัยโลกก็ได้รับรองแล้วว่า การฝังเข็มสามารถรักษาโรคได้หลายสิบโรค  

การจะเรียนรู้และยกระดับการฝังเข็มให้ได้มาตรฐานอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่หมอฝังเข็มทุกคนต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากต้องเน้นด้านจรรยาบรรณแล้ว ในด้านเทคนิคยังต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ อย่าได้คิดว่าง่าย เข็มปักลงที่ไหนก็ได้ การฝังเข็มเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะที่หมอฝังเข็มทุกคนต้องมีความเข้าใจ  

ข้อแรกในการเรียนรู้ก็คือ ต้องท่องจำเส้นลมปราณหลักทั้ง 12 เส้น รวมทั้งเส้นพิเศษ 8 เส้น แต่ละเส้นชื่ออะไร เป็นสังกัดเส้นยินหรือเส้นหยาง เริ่มเดินจากที่ไหนไปเชื่อมต่อกับเส้นอะไร ที่ไหน ไปสู่อวัยวะอะไร ไปบรรจบกับเส้นอะไร จับคู่กับเส้นอะไร เข้าใจระบบเส้นลมปราณที่โคจรไปเรื่อยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเราจำเส้นเหล่านี้ไม่ได้ ก็จะทำการฝังเข็มอย่างหลับหูหลับตา ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่สามารถสรุปบทเรียน ยกระดับมาตรฐานการฝังเข็มของตัวเองให้เชี่ยวชาญขึ้นมา

ข้อสอง ท่องจำจุดฝังเข็มสำคัญๆในแต่ละเส้น แต่ละจุดตั้งอยู่ที่ไหน มีหลักเกณฑ์ในการหาจุดให้แม่นยำอย่างไร  แต่ละจุดมีบทบาทในการรักษาโรคอะไรบ้าง ต้องทำให้ได้ถึงขั้นพอพูดชื่อจุดก็สามารถรู้ได้ว่าอยู่บนเส้นอะไร อยู่ตรงไหน หาพบได้อย่างไร มีบทบาทในการรักษาอะไร เป็นต้น ถ้าทำไม่ได้ถึงขั้นนี้ ก็จะเป็นหมอฝังเข็มที่ดีไม่ได้

ข้อสาม เมื่อจำจุดได้แล้วต้องรู้วิธีหาจุดให้แม่นยำและรวดเร็ว ต้องรู้ว่าแต่ละจุดปักได้ลึกตื้นแค่ไหน ต้องมีมุมเข้าเข็มอย่างไร 90 หรือ 45 หรือ 15 องศา เพราะร่างกายคนมีเส้นเลือด เส้นประสาทกระจายอยู่ทั่วร่างกาย มีอวัยวะที่ต้องหลีกเลี่ยง จึงควรต้องรู้สรีระและกายวิภาคของร่างกาย จึงจะรู้ว่าจุดไหนอยู่ใกล้อวัยวะใด จึงสามารถเลี่ยงไม่ให้บาดเจ็บอวัยวะใกล้เคียงได้ เช่นบริเวณหน้าอกใกล้กับปอด  ต้องเอียงเข็ม 45 องศาเพื่อไม่ให้แทงทะลุถึงเยื่อหุ้มปอด เพราะถ้าลมเข้าสู่เยื่อหุ้มปอด ทำให้แน่น หายใจไม่สะดวก เกิดอันตรายได้ หรือบริเวณต้นคอ มีเส้นเลือดเส้นประสาทมากมาย มีต่อมไทรอยด์  การปักเข็มในบริเวณนี้ต้องสนใจอวัยวะเหล่านี้ เป็นต้น

ข้อสี่ ต้องมีความรู้พื้นฐานแพทย์แผนจีนด้วย เพราะการประกอบจุดในการรักษา ต้องมาจากการวินิจฉัยจำแนกโรค มาเลือกจุด เช่นถ้าผู้ป่วยมีอาการยินไตพร่อง หยางตับพุ่ง ก็ต้องเลือกจุดในเส้นลมปราณตับ แล้วใช้วิธีปักหรือปั่นแบบขับ เช่น ไฟตับสูง ตาแดงก่ำ เลือกจุดไท่ชง ปักย้อนทิศทางเดินของเส้นลมปราณตับ และปั่นแบบขับก็สามารถขับไฟออกจากเส้นตับได้ ใช้จุดในเส้นลมปราณไต โดยใช้วิธีปักหรือปั่นแบบบำรุงเป็นต้น หรือย่างเช่นผู้ป่วยมือเท้าเย็นมาเป็นเวลานาน รักษาอย่างไรก็ไม่หาย แผนจีนเรียกว่าหยางพร่อง การปักเข็มจึงเลือกจุดบำรุงแล้วปั่นเข็มบำรุงหยาง ยังไม่ทันถอดเข็ม มือเท้าก็อุ่นขึ้นทันที เป็นต้น

ข้อสุดท้าย ที่จะดูเบาไม่ได้ก็คือความเจ็บปวดในการเข้าเข็ม คนไทยทั่วไปจะกลัวความเจ็บ ปวด จึงไม่กล้าฝังเข็ม ขอกินยาอย่างเดียวดีกว่า ดังนั้นทำอย่างไรให้การเข้าเข็มไม่เจ็บ เป็นสิ่งที่หมอฝังเข็มทุกคนควรให้ความสนใจ ผู้ป่วยบางคนยอมฝังหลายครั้งหายแต่เจ็บน้อย ยังดีกว่าหายในครั้งเดียวแต่เจ็บมาก ดังนั้นหมอฝังเข็มคนไหนมือเบา เจ็บน้อย และหายก็จะรับความนิยมจากผู้ป่วย จะทำได้เช่นนี้ก็ต้องหมั่นฝึกฝนตนเอง

บทบาท ของการฝังเข็มไม่เพียงช่วยระงับปวดเท่านั้น แต่สามารถใช้รักษาเกือบทุกโรค แม้กระทั่งใช้แทนยาชา ในเรื่องช่วยชีวิตทันด่วน คนที่หมดสติ ใช้เข็มทิ่มจุดเหรินจง คนไข้ก็ฟื้นอย่างรวดเร็ว   หรือความดันสูงมากใช้ยาเอาไม่ลงสักที พอฝังเข็มในจุดลดความดัน ความดันก็ลดลงพ้นขีดอันตรายในทันที แต่แน่นอนขั้นต่อไปก็ต้องใช้ยาในการรักษาเช่นกัน หรือสะอึก เมื่อผู้ป่วยสะอึกมาเป็นเดือน ทำอย่างไรก็ไม่หาย เมื่อฝังเข็มลงบนจุดฝังเข็มอาการสะอึกก็หยุดในทันที จากนั้นก็ตามด้วยการกินยาจีน อาการสะอึกก็หายไปเลย หรือหลอดลมตีบจากการสำลัก หลอดเสียงเกร็งเป็นตะคริว ปิดทางเข้าออกของอากาศ หายใจไม่ได้เลย คนไข้ตายได้ในเสี้ยววินาที หรือถ้าไม่ตายสมองขาดอากาศเพียงเสี้ยววินาทีก็ทำให้นิทราตลอดกาลได้ แต่เมื่อกดจุดฝังเข็มในเส้นปอด หลอดลมที่กำลังเกร็งคลายออกทันที ทางเข้าออกของอากาศก็เปิดโล่ง คนไข้หายในทันที หรือนิ้วชี้นิ้วเดียวดำคล้ำ เย็นชืด ชา หมอบอกว่าเป็นเพราะเลือดเลี้ยงไม่พอ ให้ยากระจายเลือดอาการดำคล้ำดีขึ้น แต่อาการชาและเย็นชืดไม่หาย ถ้าไม่หายก็ต้องผ่าตัดเอาเส้นเลือดที่อื่น มาต่อระบบหมุนเวียน เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงดีให้ใหม่ แต่พอฝังเข็มเพียงเข็มเดียว แล้วใช้วิธีปั่นเข็มเพื่อเพิ่มความอุ่นแบบโบราณ นิ้วอุ่นขึ้นในชั่วพริบตา อาการชาและปวดก็หายไปด้วย

เรื่องการเวียนศีรษะ ไม่ว่าจะเวียนจากเลือดลมไม่พอ เวียนจากหยางตับสูง เวียนจากความชื้น ถ้าใช้ยาให้ถูกกับโรคก็จะหายได้อย่างรวดเร็ว หรือความดันต่ำ กินยาจีนก็จะดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

นี่เพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น และในปัจจุบันแพทย์จีนยังได้คิดค้น แตกแขนงในเรื่องการฝังเข็มที่ใช้กับอย่างแพร่หลายอีก เช่น เข็มศีรษะ เข็มหู เข็มใบหน้า เป็นต้น ล้วนแต่รักษาโรคยากๆได้ผลมาแล้ว