มาตรฐานการแพทย์แผนจีน

ศาสตร์การแพทย์แผนจีน มีประวัติยาวนานมากว่า 5000 ปี เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่มีมนุษยชาติ สรุปมาจากความจัดเจนในการต่อสู้ เพื่อดำรงชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ และโรคภัยไข้เจ็บที่คอยเบียดเบียน ผ่านการบันทึกตกทอดมาตามยุคสมัย จากคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า รวบรวม กลั่นกรองสรุปยกระดับให้เป็นระบบ นำเอาปรัชญาโบราณ ผสมผสานเข้ากับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์สังคม จนกลายเป็นทฤษฎีพื้นฐาน ให้แพทย์รุ่นหลังได้ยึดถือเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติเรื่อยมา

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแพทย์แผนจีนก็คือ 
1. มีหลักคิดแบบองค์รวม องค์รวมที่มนุษย์เป็นอันหนึ่งดันเดียวกันกับธรรมชาติ ฟ้า-ดิน-คน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงเป็นคำสอนที่ให้มนุษย์ ต้องใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ตามภูมิภาคและถิ่นที่อยู่ องค์รวมที่ทุกส่วนในร่างกายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่อาจแยกออกจากกัน โดยถืออวัยวะตันทั้ง 5 กลวงทั้ง 6 เป็น แกนกลาง มีสารชีวิต มีชี่เลือด สารน้ำสารเหลวหล่อเลี้ยงร่างกาย มีเส้นลมปราณเป็นเส้นทางเดินของชี่เลือด

2. หลักในการวิเคราะห์จำแนกและหลักการรักษา เมื่อรู้หลักคิดแล้ว ก็มาดูกันว่าหลักปฏิบัติการแพทย์แผนจีนสอนไว้อย่างไร หลักปฏิบัติก็คือ หลักการวินิจฉัยจำแนก 8 อย่าง ( โรคอยู่ภายนอกหรือภายใน ร้อนหรือหนาว พร่องหรือแกร่ง ยินหรือหยาง) โดยรวบรวมข้อมูลจากการตรวจ 4 อย่าง (ดู ดมกลิ่น ถาม และแมะ) อย่างละเอียดถี่ถ้วน นำข้อมูลที่ได้มาทำการจำแนกแยกแยะ โดยอิงตามสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน อาการเจ็บป่วยในแต่ละระยะ ความหนักเบาของโรค เพศและวัยของผู้ป่วย เป็นต้น แล้วลงความเห็นวินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไร อยู่ในกลุ่มอาการไหน จากนั้นจึงเข้าสู่การวางหลักการและวิธีการรักษา ไปสู่การเลือกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตำรับยา การเพิ่มลดยาในการให้ยาจีน หรือจะเลือกฝังเข็ม หรือเลือกทุยหนา และสำคัญอีกอย่างที่หมอจีนไม่ควรลืมก็คือ กายกับจิตเป็นอันหนึ่งเดียวกัน ดังนั้นในการรักษาโรค จักต้องให้ความสำคัญกับจิตใจของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน ถ้าแพทย์จีนทุกคนได้ทำตามหลักคิด และทำตามหลักปฏิบัติเช่นนี้ ก็จะถือได้ว่าได้ทำตามมาตรฐานการแพทย์แผนจีนอย่างแท้จริง

แม้ว่าในปัจจุบัน ต้องประสานการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย เพื่อความรอบด้านและสมบูรณ์ในการรักษายิ่งขึ้น แต่ในเรื่องของการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนแล้ว ต้องเคารพและรักษาความเป็นเอกลักษณ์ รักษาท่วงทำนองในการตรวจ 4 อย่าง การวินิจฉัย และรักษาโรคแบบองค์รวมของแพทย์แผนจีนไว้ ถ้าละเมิดหลักคิด และหลักปฏิบัตินี้ ก็จะเรียกว่าเป็นแพทย์แผนจีนไม่ได้ เพราะความมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเช่นนี้แหละ ที่แปลกแตกต่างไปจากศาสตร์อื่น และทำให้แผนจีนยืนอยู่ได้ยาวนานมาจนทุกวันนี้ ไม่ควรนอกกรอบ นำยาที่นอกเหนือจากที่กำหนด และที่ไม่บังควรมาผสมปรุงยาให้ผู้ป่วยตามใจชอบ ในท่ามกลางการทำงาน จะทำให้เราเข้าใจหลักเหล่านี้กว้างขวางรอบด้าน และลึกยิ่งขึ้น ทำงานตามมาตรฐานนี้ หมั่นยกระดับสรุปบทเรียน สร้างมาตรฐานการรักษาให้กับตัวเอง ร่วมส่วนในการเติมเต็มคลังปัญญาแพทย์แผนจีนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเอามาใช้ให้เหมาะกับสภาพสังคมไทย และชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทย ช่วยกันสร้างเอกลักษณ์ใหม่ที่เป็นแพทย์แผนจีนแบบไทยๆ ใช้ความรู้แพทย์แผนจีน มาร่วมส่วนบริการสุขภาพแก่งานสาธารณสุขในประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่าลืมว่าหมอจีนที่เป็นคนไทย ก็มีศักยภาพไม่แพ้หมอจีนที่พูดไทยไม่ได้เช่นเดียวกัน

มนต์เสน่ห์ของแพทย์แผนจีนอยู่ที่เมื่อมีหลักคิด และหลักปฏิบัติเช่นนี้ ผ่านการตรวจ 4 อย่าง ที่เป็นปรากฏการณ์ภายนอกอย่างละเอียดรอบคอบ ก็สามารถหยั่งรู้การเคลื่อนไหวภายในร่างกาย ที่เป็นปรกติทางสรีรศาสตร์และความผิดปรกติทางพยาธิวิทยา แพทย์จีนที่เก่ง และมีประสบการณ์จึงสามารถทำนาย และวินิจฉัยโรคได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ บางครั้งยังสามารถเตือนภัยของโรคร้ายที่เริ่มเกิด จากความบกพร่องทางสมรรถภาพ ก่อนที่จะลุกลามเป็นโรคร้าย โดยที่ยัง ตรวจไม่พบในทางวิทยาศาสตร์ เช่น อาการอ่อนเพลีย ท้องอืดบ่อย เป็นอาการเริ่มต้นของตับไม่แข็งแรง แม้จะยังตรวจไม่พบค่าของตับที่ผิดปรกติ แต่ในแผนจีนก็จะเห็นว่า เป็นเพราะตับทำงานไม่ดี ถ้าปรับความสมดุลได้ในระยะนี้โรคก็จะหายได้รวดเร็ว แต่ถ้าละเลยปล่อยจนค่าของตับมีการเปลี่ยนแปลง โอกาสที่กลับมาหายเหมือนเดิมก็ยาก แต่จะทำได้ถึงขั้นนี้ต้องใช้เวลา มีความเพียรพยายาม มีความอ่อนน้อมถ่อมตน บวกกับต้องมีพรสวรรค์เช่นกัน การแพทย์แผนจีนมีเนื้อหาหลักๆ 3 ด้านคือ ยาจีน ฝังเข็ม และทุยหนา ( ปัจจุบันยังมีแตกหน่อขยายเป็น เข็มใบหู เข็มใบหน้า เข็มศีรษะ ขูด นวดฝ่าเท้า ) เป็นต้น ซึ่งแพทย์จีนทุกคนต้องเรียนและต้องรู้ เพราะจะเป็นความหลากหลายที่จะเลือกให้บริการแก่ผู้ป่วย บางคนบางโรค อาจเหมาะที่จะกินยาจีน บางคนบางโรคอาจเหมาะที่จะฝังเข็ม หรือทั้งกินยาจีนและฝังเข็มร่วมกัน บางคนบางโรคอาจเหมาะที่จะทุยหนา เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และจัดระบบโครงสร้างของร่างกายที่เสียสมดุลไป ในทางเป็นจริงจะให้หมอคนเดียวเชี่ยวชาญทุกด้านนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่ความรู้พื้นฐานขั้นต้นหมอจีนทุกคนต้องรู้ ในก้าวต่อไปเราสามารถทำตามที่ตนเองถนัด เช่น หมอบางคนอาจมุ่งเชี่ยวชาญเรื่องยาจีน บางคนอาจมุ่งเชี่ยวชาญเรื่องการฝังเข็ม บางคนอาจมุ่งเชี่ยวชาญเรื่องการทุยหนาจัดกระดูก หรือบางคนมีพรสวรรค์เก่งทุกด้านได้ยิ่งดี แต่แม้จะเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ก็ไม่ควรลืมว่าคนไข้ที่มาหาเราแต่ละคนนั้น เหมาะที่จะรักษาด้วยวิธีไหนหรือต้องผสมผสานกัน เช่น ต้องกินยาจีนอย่างเดียวก็หาย หรือต้องกินยาจีนและต้องฝังเข็มร่วมกัน หรือฝังเข็มอย่างเดียวก็หาย หรือบางคนต้องทุยหนาจัดกระดูกจึงจะหาย แล้วเลือกใช้วิธีการเหล่านั้นรักษาตามที่เห็นสมควร