ประวัติการแพทย์แผนจีน

การจะเรียนรู้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้รู้จริงจำเป็นต้องรู้ประวัติความเป็นมาของการก่อกำเนิดของแพทย์แผนจีนว่ามีความเป็นมาอย่างไร รู้ที่มาของแหล่งความรู้ของแพทย์แผนจีนที่เกิดขึ้นจากการที่มนุษย์รับรู้สิ่งต่าง ๆ จากการต่อสู้กับธรรมชาติ  อยู่ร่วมกับธรรมชาติ การก่อเกิดและการพัฒนาองค ความรู้ของศาสตร์การแพทย์แผนจีน   ล้วนเป็นไปตามการพัฒนาทางการผลิตและกำลังการผลิตของสังคมมนุษย์    แพทย์จีนในแต่ละยุคได้บุกเบิกหนทางลงเรี่ยวลงแรงในการค้นคว้า ปฏิบัติ จดบันทึก สรุปเรียบเรียงจนกลายเป็นทฤษฏีที่ค่อยๆมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น   จนสามารถกลายคลังทางปัญญาให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาสืบต่อกันมา  ประวัติความเป็นมาของแพทย์จีน  ท่านอาจารย์วิทิต บรรณนาวิบูลและท่านนายแพทย์วิชัย  โชควิวัฒน์  อธิบดีกรมการแพทย์ทางเลือก  ได้เขียนเป็นภาษาไทยไว้อย่างละเอียด   เป็นระบบ  และง่ายแก่การเข้าใจน่าอ่านน่าศึกษาค้นคว้าที่สามารถหามาอ่านได้ง่าย
อ่านเพิ่มเติม...

เส้นลมปราณ สรีรวิทยาในทฤษฏีการแพทย์จีน

อวัยวะภายใน

ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน  ได้แบ่งอวัยวะภายในเป็น  อวัยวะภายใน ทั้ง 5 และอวัยวะกลวง ทั้ง 6

อ่านเพิ่มเติม...

เส้นลมปราณมือ เส้าอินหัวใจ

แนวทางของเส้นลมปราณ

เริ่มต้นจากหัวใจออกทางด้านหลังลงล่าง ผ่านกะบังลมไปเชื่อมกับลำไส้เล็ก

จาก หัวใจมีสาขาแยกขึ้นไปขนานกับหลอดอาหารไปติดต่อกับตาจากหัวใจมีเส้นลมปราณตรง ออกมาผ่านปอดที่ลักแล้(จุดจี๋เฉวียน)ผ่านมาตามขอบหลังด้านในแขนไปสิ้นสุดที่ ปลายนิ้วก้อด้านนอก(จุดเซ่าชง)เชื่อมโยงไปกับเส้นลมปราณมือไท่หยางลำไส้เล็ก

อ่านเพิ่มเติม...

มาตรฐานการแพทย์แผนจีน

ศาสตร์การแพทย์แผนจีน มีประวัติยาวนานมากว่า 5000 ปี เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่มีมนุษยชาติ สรุปมาจากความจัดเจนในการต่อสู้ เพื่อดำรงชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ และโรคภัยไข้เจ็บที่คอยเบียดเบียน ผ่านการบันทึกตกทอดมาตามยุคสมัย จากคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า รวบรวม กลั่นกรองสรุปยกระดับให้เป็นระบบ นำเอาปรัชญาโบราณ ผสมผสานเข้ากับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์สังคม จนกลายเป็นทฤษฎีพื้นฐาน ให้แพทย์รุ่นหลังได้ยึดถือเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติเรื่อยมา

อ่านเพิ่มเติม...

เส้นลมปราณเท้า เจวี๋ยอินตับ

แนวทางของเส้นลมปราณ

เริ่มต้นจากปลายนิ้วหัวแม่เท้าด้านนอก (จุดต้าตุน ) ผ่านหลังเท้าขึ้นมาตามด้านในของขา ตัดกับเส้นลมปราณเท้า ไท่อินม้าม ที่ตำแหน่ง 8 ชุ่น เหนือตาตุ่มในผ่านแนวกลางด้านในของต้นขาอ้อมรอบอวัยวะเพศผ่านท้องน้อย ขนานกับกระเพาะอาหารเข้าไปในตับเชื่อมกับถุงน้ำดำออกจากตับผ่านกะบังลมมี แขนงกระจายไปที่ชายโครงและสีข้าง เส้นลมปราณผ่านด้านหลังของลำคอและจมูก ผ่านตาออกไปที่หน้าผากขึ้นไป พบเส้นลมปราณตูที่ส่วนบนของศีรษะ

จากตามีสาขาแยกลงมาผ่านแก้มอ้อมไปด้านในของริมฝีปาก

จากตับมีสาขาแยกออกมาผ่านกะบังลมไปที่ปอด เชื่อกับเส้นลมปราณมือไท่อินปอด

อ่านเพิ่มเติม...

เส้นลมปราณมือ ไท่อินปอด

แนวทางของเส้นลมปราณ

เริ่มต้นจากปลายนิ้วชี้ด้านนอก (จุดซางหยาง) ขึ้นตามขอบ หน้าด้านนอกของแขนผ่านด้านหน้าของหัวไหล่(จุดเจียนอวี๋)ไปด้านหลังผ่านใต้ กระดูกสันหลังส่วนคออันที่ 7 (จุดต้าจุย) กลับมาด้านหน้าพุ่งลงผ่านเนื้อกระดูกไหปลาร้าเข้าสูทรวงอกเชื่อมกับปอด แล้วลงผ่านกระบังลมเข้าไปในลำไส้ ใหญ่

อ่านเพิ่มเติม...

ความสัมพันธ์ ระหว่าง หยิน-หยาง

ท่านผู้อ่านทั่วไปมักจะมีข้อข้องใจว่ายินหยางคืออะไร เราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเรามียินหยางมากน้อยแค่ไหน ยินและหยาง มีความหมายที่กว้างมาก ไม่ใช่คำจำกัดความที่ว่า ยินคือเย็น หยางคือร้อน แต่ยินหยางดำรงอยู่ในธรรมชาติทุกๆอย่าง และทุกถิ่นที่ ทุกอนูในร่างกายคน 

ยิน-หยาง เป็นทฤษฎีที่อธิบายว่า การเกิด การพัฒนา และการเปลี่ยนแปลง ของสรรพสิ่งทั้งมวลนั้น เกิดจากบทบาทของพลังตรงข้ามที่มีต่อกันสองสิ่ง ที่ดำรงอยู่ในโลกธรรมชาติทุกแห่ง

อ่านเพิ่มเติม...

เส้นลมปราณเท้า ไท่อินม้าม

แนวทางของเส้นลมปราณ

เริ่ม จากปลายนิ้วหัวแม่มือหัวแม่เท้าด้านใน (จุดอิ่นไป๋) ผ่านด้านของเท้าและหน้าต่อตาตุ่มในขึ้นไปอยู่ในแนวกลางของขา ตัดกับเส้นลมปราณเท้าเจวี๋ยอินตับที่ตำแหน่ง 8 ชุ่น เหนือตาตุ่มใน ไปอยู่ขอบ หน้าของด้านในต้นขา เข้าสู้ช่องท้องผ่านม้ามเชื่อมไปถึงกระเพาะอาหารขึ้นไปผ่านกะบังลมขนานไปกับ หลอดอาหาร ถึงข้างลิ้น แล้วแตกแขนงจากกระเพาอาหารมีสาขาแยกขึ้นไปผ่านกะบังลมเข้าสู้หัวใจเชื่อมโยงกับเส้นลมปราณมือเซ่าอินหัวใจ

เส้นลมปราณมือ หยางหมิงลำไส้ใหญ่

แนวทางของเส้นลมปราณ

เริ่มต้นจากปลายนิ้วชี้ด้านนอก ( จุดซางหยาง ) ขึ้นไปตามขอบหน้าด้านนอกของแขน ผ่านด้านหน้าหัวไหล่ ( จุดเจียนอวี๋ ) ไปด้านหลังผ่านใต้กระดูกสันหลังส่วนคออันที่ 7 ( จุดต้าจุย ) กลับมาด้านหน้าพุ่งลงผ่านเหนือกระดูกไหปลาร้า เข้าสู่ทรวงอกเชื่อมกับปอด แล้วลงผ่านกระบังลมเข้าไปในลำไส้ใหญ่

อ่านเพิ่มเติม...

ประวัติการแพทย์แผนจีน

การจะเรียนรู้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้รู้จริงจำเป็นต้องรู้ประวัติความ เป็น มาของการก่อกำเนิดของแพทย์แผนจีนว่ามีความเป็นมาอย่างไร รู้ที่มาของแหล่งความรู้ของแพทย์แผนจีนที่เกิดขึ้นจากการที่มนุษย์รับรู้ สิ่งต่างๆจากการต่อสู้กับธรรมชาติ  อยู่ร่วมกับธรรมชาติ  การก่อเกิดและการพัฒนาองค์ความรู้ของศาสตร์การแพทย์แผนจีน ล้วนเป็นไปตาม การพัฒนาทางการผลิตและกำลังการผลิตของสังคมมนุษย์   

แพทย์จีนในแต่ละยุคได้บุกเบิกหนทางลงเรี่ยวลงแรงในการค้นคว้า ปฏิบัติ จดบันทึก สรุปเรียบเรียงจนกลายเป็นทฤษฏีที่ค่อยๆมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จนสามารถกลายคลังทางปัญญาให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาสืบต่อกันมา   ประวัติความเป็นมาของแพทย์จีน ท่านอาจารย์วิทิต บรรณนาวิบูลและท่าน นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ทางเลือก ได้เขียนเป็นภาษาไทยไว้อย่างละเอียด เป็นระบบ  และง่ายแก่การเข้าใจน่าอ่านน่าศึกษาค้นคว้าที่สามารถหามาอ่านได้ง่าย 

อ่านเพิ่มเติม...

เส้นลมปราณมือ เจวี๋ยอินเยื่อหุ้มหัวใจ

แนวทางของเส้นลมปราณ
เริ่มต้นจากกลางทรวงอกเชื่อมกับเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่านกระบังลมลงไปเชื่อมกับซานเจียวจากกลางทรวงอกมีสาขาออกมาที่ผนังทรวงอกด้านนอก หัวนม(จุดเทียนฉือ)ผ่านรักแร้ลงมาตามแนวกลางของด้านแขนผ่านฝ่ามือไปสิ้นสุด ที่ปลายนิ้วกลาง(จุดจงชง)จากกลางฝ่ามือมีสาจาแยกไปที่ปลายนิ้วนางทางด้านใน(จุดกวนชง) เชื่อมกับเส้นลมปราณมือเซ่าหยานซางเจียว
อ่านเพิ่มเติม...

การฝังเข็ม

การฝังเข็มรมยา เป็นศาสตร์สำคัญแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ที่มีประวัติมายาวนานหลายพันปี ว่ากันว่ายาวนานกว่าการใช้ยาจีนเสียอีก เพราะตั้งแต่ยุคหินที่ผู้คนเริ่มสะสมบทเรียนจากการดำรงชีวิต และการเจ็บไข้ได้ป่วย พอถูกหินทิ่มตำแล้วโรคหายได้ จึงมีการคิดค้นฝนหินมาทิ่มตามจุดเจ็บ มาถึงยุคโลหะจนพัฒนามาเป็นเข็มเล่มเล็กๆในปัจจุบัน  

จากจุดเจ็บเล็กๆหลายจุดเชื่อมต่อกันจนก่อเกิดเป็นเส้น จากหลายๆเส้นจนเป็นระบบเส้นลมปราณ ที่หมุนเวียนอย่างไม่มีจุดสิ้นสุดอย่างมีกฎเกณฑ์นี้ก็สรุปบทเรียน จนกลายเป็นทฤษฏีเส้นลมปราณ ที่มีวงโคจรไม่มีจุดสิ้นสุด อันเอกลักษณ์ของศาสตร์การฝังเข็มที่เป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องอิงกับศาสตร์อื่น ศาสตร์การฝังเข็มนั้นจริงๆแล้ว แพทย์แผนจีนจะเรียกว่า ฝังเข็มและรมยา การฝังเข็มก็คือการเอาเข็มที่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการนี้ ปักเข้าไปที่จุดฝังเข็มบนเส้นลมปราณ ให้บรรลุในการรักษาโรค การรมยาก็คือการเอาโกฐจุฬาลัมพา มาอัดเป็นก้อนเล็กๆ แล้วรมบนจุดฝังเข็ม หรือเสียบไว้ที่ด้ามเข็มที่เราปักเข้าไปที่จุดฝังเข็ม แล้วจุดไฟ เพื่อให้ความร้อนผ่านเข็มเข้าไปอบอุ่นเส้นลมปราณ มักจะใช้ควบคู่กันเสมอ ดังนั้นชื่อของศาสตร์การฝังเข็มในภาษาจีน จึงไม่ใช่ฝังเข็มอย่างเดียว แต่ต้องเป็นฝังเข็มรมยาจึงจะถูกต้องและสมบูรณ์

อ่านเพิ่มเติม...