พระคัมภีร์ อภันสันตา

ว่าด้วยลักษณะต้อต่างๆ โดยสังเขป ต้อก้นห้อย รากขึ้นมา แต่นิ้วเท้าใหญ่, ต้อนิลปัด รากขึ้นมาแต่ดี, ต้อตาปู รากขึ้นมาแต่เข่า ให้ขัดเข่า, ต้อกงเกวียน รากขึ้นมาแต่นาภี, ต้อเดือยไก่ รากขึ้นมา แต่ตาตุ่มข้อเท้า, ต้อสลัก รากขึ้นมาแต่ท้องน้อย, ต้อกระจก รากขึ้นมา แต่หัวใจ, ต้อลิ้นสุนัข รากขึ้นมาแต่ปลีน่อง, ต้อเนื้อ รากขึ้นมาแต่หัวใจ, ต้อหลังเบี้ย รากขึ้นมาแต่ท้องน้อย, ย่อมให้ปวดท้องน้อย ต้อผักตบ รากขึ้นมาแต่หน้าอก, ต้อแตน รากขึ้นมาแต่ข้อเข่า, ต้อเพกา รากขี้กมาแต่ปลีน่อง, ต้อกระจกปรอท รากขึ้นมาแต่นิ้วเท้าใหญ่ข้างล่าง, ต้อมะเกลือ เกิดเพื่อลม รากขึ้นมาแต่ตับ ให้ปวดศรีษะเป็นกำลัง และให้ปวดเคืองจักษุ

ต้อภายใน เกิดเพื่อลม รากขึ้นแต่ดี มักขึ้งโกรธบริโภคอาหารมิได้นอนมิหลับ, ต้อพุงคอ ต้อน้ำ เขาก็ว่า รากขึ้นมาแต่ท้อง, ต้อกระจกน้ำขาว รากขึ้นมาแต่เท้า เมื่อจะขึ้นให้ร้อนฝ่าเท้าเหมือนถูกไฟ, ต้อกระจกเขียว รากขึ้นมาแต่ทรวงอก มักให้เกิดโทโส มักอยากหวาน อยากเปรี้ยว, ต้อกระจกเหลือง เกิดเพื่อดีเดือด มักอยากข้าวเหนียวภายหลังจึงเบื่อ, ต้อลมรากขึ้นมาแต่หัวใจ มักให้ขึ้งโกรธ, ต้อสายโลหิต เกิดเพื่อกำเดา, ต้อสายฟ้าฟาด เกิดเพื่อกำเดา, ต้อหิ่งห้อย เกิดเพื่อตาขาวลามไปตาดำ รากอยู่รากขวัญ, ต้อแววนกยูง รากขึ้นมาแต่หน้าอก ย่อมให้เมื่อยทุกข้อทุกลำ, ต้อข้าวสารเกิดเพื่อกำเดา, ต้อลำไย รากขึ้นมาแต่ท้องน้อย ขึ้นข้างขวาให้เมื่อยขวา ขึ้นข้างซ้ายให้เมื่อยซ้าย

ต้อกระจกนิลปัด รากเกิดแต่ดี มักให้หาวนอน ให้จักษุมืดมัวเหมือนแดดบด มักให้อยากเปรี้ยวหวาน ท่านให้ปล่อยปลิงที่ทัดดอกไม้ข้างขวา ๗ ตัว ข้างซ้าย ๕ ตัว ปลิงใหญ่ ๗ ตัว ปล่อยหลังตาขวา ๕ ตัว ข้างบน ๓ ตัว ข้างล่าง ๒ ตัว ปล่อยที่คางข้างขวา ๙ ตัว ซ้าย ๗ ตัว ท้ายขวัญ ๓ ตัว ที่ไหล่ท้ายสบักข้างขวา ๕ ตัว ข้างซ้าย ๓ ตัว หางคิ้วขวา ๕ ตัว ซ้าย ๓ ตัว

ต้อน้ำราก เกิดแก่ตับ ให้มือเท้าเย็น ท่านให้ปล่อยปลิงข้างซ้าย ๓ ตัว หลังตาข้างบน ๒ ตัว ข้างซ้าย ๑ ตัว ชายกระเบนเหน็บขวา ๕ ตัว ซ้าย ๓ ตัว ที่นิ้วเท้าใหญ่ ขวา ๓ ตัว ซ้าย ๒ ตัว ที่ปลีน่องข้างขวารายไปจนถึงข้อเข่า ๕ ตัว ปลีน่องข้างซ้าย ๓ ตัว ปลายจมูก ๑ ตัว แสกหน้า ๑ ตัว

สิทธิการิยะ จะกล่าวถึงกำเนิดแห่งต้อหมอก อันมีประเภทต่างๆ ตามอาจารย์กล่าวไว้ว่า เดือนห้า เดือนหก เดือนเจ็ด เดือนแปดนั้น เกิดเพื่อโลหิต เดือนเก้า เดือนสิบ เดือนสิบเอ็ด เดือนสิบสอง นั้น เกิดเพื่อกำเดา เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสาม เดือนสี่ นั้น เกิดเพื่อเสมหะระคนกัน ท่านให้วางยาขับโลหิตออกเสียก่อนแล้วจึงให้ยาประจุ จึงใส่ยาอันเกิดเพื่อโลหิต ๓ ประการ ต้องกันแล
ถ้าบวมจักษุข้างเดียว ให้ปล่อยปลิง ๗ หน จึงราบ ถ้าเอกโทษก็ให้ยา ถ้าทุวัณโทษ ก็ให้เอายอดถั่วแปบพานเสียก่อนจึงใส่ยา ถ้าตรีโทษ ให้เอามีดเชือดเสียก่อนจึงใส่ยา
ต้อหนึ่งเกิดหลังจักษุ เกิดที่จักษุ แล้วงอกขึ้นประดุจฟองปลา ให้น้ำจักษุตกเกิดเพื่อริดสีดวง ให้พานด้วยยอดถั่วแปบเสียก่อน แล้วจึงใส่ยา
ต้อหนึ่งให้น้ำจักษุตก และขนจักษุร่วงในจักษุแดง ชื่อต้อแนะเกิดเพื่อโลหิต ให้เอาโลหิตออกเสียก่อนแล้วจึงใส่ยา
ต้ออันหนึ่งคู่กัน แลเห็นเพลิงมิได้ ชื่อว่าต้อฝี เกิดเพื่อสันนิบาต
ต้ออันหนึ่งแลกลางคืนจึงมืด เกิดเพื่อกำเดา ชื่อต้อจักษุฟาง
ต้อหนึ่งเมื่อนอนให้เจ็บกระบอกจักษุ จักษุเป็นดุจเยื่อไม้ เกิดเพื่อวาโย
ต้อหนึ่งเมื่อเดินไปจึงให้เวียนศีรษะ แลออกไปเป็นพรายๆ ดุจหิ่งห้อย เกิดเพื่อนอนมาก
ต้อหนึ่งอยู่ดีๆ ฉุกเห็นสีแดงๆ เกิดเพื่อโลหิต และริดสีดวงให้เอาโลหิตออกเสียก่อนจึงใส่ยา
ต้อหนึ่งอยู่ดีๆ ฉุกเห็นสีขาวหลัวๆ เกิดเพื่อกำเดา เอากำเดาออกเสียก่อนจึงใส่ยา
ต้อหนึ่งในจักษุ เหลืองเหมือนรุ้งกินน้ำ เกิดเพื่อธาตุทั้ง ๔ มิได้เสมอกัน ให้รับประทานยาธาตุปกติเสียก่อน แล้วทำยาปิดวาโยและกำเดาเสียแล้วจึงใส่ยา
ต้อหนึ่งให้มึนตึงหูตึง เกิดเพื่อวาโย ให้รับประทานยาภายใจเสียก่อน แล้วจึงใส่ยาต้อหนึ่ง ให้จักษุแดงและแสบ เกิดเพื่อกำเดาและโลหิต ให้รมยาเสียก่อนแล้วจึงใส่ยา ให้สำรอกปลิงด้วยสุรา ล้างเมือกเสียแล้วเอาน้ำมะพร้าวใส่ลงในปลิง ปลิงนั้นฟื้นขึ้น จึงเอาดินกับปลิงห่อกันเข้า ปล่อยปลิงเข็มอย่าสำรอกเลย

พระฤาษีประสิทธิ์ไว้เป็นแก่นสาร ถึงโรคภัยต้อก่อเกิด ๙ ประการ แพทย์จึงพานพึงรู้อย่าดูเบา อย่างมเงอะเซอะซมเที่ยวรักษา พระตำราเรียนรู้แต่ครูเฒ่า จงเห็นแจ้งประจักษ์ที่หนักเบา อันต้อ ๙ ประการนี้ ที่มีมา หนึ่งสีนิลกระจกปรอทขาว กระจกเขียวแดงขาวเร่งรักษา กระจกหิ่งห้อย กระจกแววมยุรา กระจกหลังเบี้ยหนา ตำราทายเจ็ดประการนี้ต้อพอรักษา สามวันยาทาก็แห้งหาย กระจกขาวเขียวดำตำราทาย บังเกิดร้ายโรคลมระดมมา แต่ปลายเท้าพัดเข้าถึงลำสอ เห็นยากที่แพทย์หมอจะรักษา ถึงสองปี สามปี ดังนี้มา ท่านทายว่าปวดศีรษะแทบทะลาย แล้วเกิดขึ้นถึงจักษุประสาท สามารถมือหมอเห็นเกินหมาย ว่าต้อโทษลมระบมกาย โลหิตร้ายเจือลงให้วงเวียน

หนึ่งโสด ต้อสลัก ต้อก้นหอย ท่านกล่าวถ้อยไม่ผิดสถิตย์เสถียร ต้อวิง ต้อเวียน ต้อกงเกวียน ตรีโทษพิษเพี้ยนว่าเพื่อลม หนึ่งต้อวาโย ต้อเท้าสุนักขา ต้อลิ้นสุนัขมายังมีถม ต้อเนื้อ ต้อหมอก ออกซานซม ต้อโลหิต ต้อลม ๗ ประการ ต้ออันนี้เกิดเพื่อโลหิตและกำเดา เอกโทษนั้นเล่าเป็นแก่นสาร ทุวัณโทษประหนึ่งกำหนดการ ถึงตรีโทษบรรหารเห็นตำรา ซึ่งออกฝีออกหัด ให้ตัดราก โรคนั้นยากที่แพทย์หมอจะรักษา อยู่ประมาณเดือนหนึ่งนั้นลงมา จับหน้าผากขอบตานั้นแดงไป ฝีอภัยสันตาเดือนห้าเดือนหก

เดือนเจ็ดเดือนแปดนั้นยกอย่าสงสัย เกิดเพื่อเลือดลมระบมไป เดือนเก้า ถึง เดือนสิบสองในเขตกำเดา เดือนอ้าย เดือนยี่ สาม สี่ นั้น เพื่อเลือด ไม่หายเหือดเลือดลมระบมเข้า แม้นจะทำยานั้นให้บันเทา ให้ประจุตามเค้าฉบับมา เอกโทษ ทุวัณโทษ ตรีโทษ อย่าเฉาโฉดใส่ยาเร่งรักษา ลูกตาวิปริตผิดตำรา ชื่อว่าต้อมะเกลือเหลือพิไรหนึ่งลูกตาแดงดังตานก จะหยิบยกพาทีคำภีร์ไสย อาจารย์กล่าวตำราว่าต้อไฟ เพื่อไข้สันนิบาตปลาดคน

ต้อหนึ่งให้มืดและหูตึง รู้มิถึงว่าลมนั้นเป็นต้น ในจักษุแดงให้มืดมนต์ กำเดารนร้อนใจเร่งใส่ยา ถ้าโลหิตตำนานอาจารย์บอก ให้หมอกอกเสียก่อนผ่อนรักษา จะปล่อยปลิงก็ได้ในตำรา จึงใส่ยาหายแดงอย่าแคลงใจ ถ้าเพื่อลมระบมระบุอยู่ ให้เร่งรู้รักษาอย่าสงสัย อันโรคต้อที่นัยตา ท่านว่าไว้เหมือนรักษาแก้วได้สองดวงดี พระตำหรับกำเนิดจะเกิดต้อ ยากที่หมอสานุศิษย์พระฤาษี จึงตั้งแบบฉบับตำหรับนี้ ดูให้ดีพินิจพิจารณา โรคจะหายฤามิหายก็ให้รู้ พิเคราะห์ดูตำหรับโบราณว่า เห็นเที่ยงแท้ตามอย่างจึงวางยา อันโรคาก็จะหายสบายเอย

สิทธิการิยะ ถ้าแลจักษุของผู้ใดให้เขม่นนัก เป็นเพื่อลม ถ้าแลเป็นตาแดงดังหิ่งห้อยนั้น เป็นเพื่อกำเดา ถ้าแลจักษุผู้ใด เห็นวับๆ แวมๆ เป็นเพื่อโลหิต เพื่อสันนิบาต ถ้าเป็นต้อขาวๆ ชื่อว่าต้อลิ้นสุนัข ถ้าแลเป็นระลอกเป็นหลุมท่ามกลางนั้น ชื่อว่า ต้อก้นหอย อันนี้ว่าครอบกันคือ ต้อกระจก ต้อสลัก ต้อกงเกวียน ต้อแก้ว เป็นที่หัวตา ต้อมะเกลือ เป็นที่หัวตาดำ แลดูกระจกให้ขาวทึบ ถ้าแท้แล้วจึงใส่ยา ถ้าชอบร้อนจึงใส่ยาร้อน ถ้าชอบเย็นใส่ยาเย็น
พระฤาษีซึ่งท่านแต่งไว้ ให้โปรดคนทั้งหลาย ถ้าแพทย์ผู้ใดจะรักษาจักษุ ก็ให้พิจารณาจงดี อย่าหักหาญ จึงจะเจริญไปชั่วนี้และชั่วหน้า ถ้าผู้ใดทำโดยขึ้งโกรธและแกล้งผู้นั้นให้เสียจักษุ หรือรู้มิถึงกระทำผิด จะเกิดโทษ

พระสังฆราช เมืองหงษา ให้ยาตาดีนัก เอา ผลเบญจกานี ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากทองหลางใบมน ๑ รากทองพันชั่ง ๑ รากสลิด ๑ รากอัญชันขาว ๑ ยา ๑ สิ่งนี้ บดทำแท่งไว้ฝนหยอด
ยาชื่อ อินทรเนตรแดง แก้ปวด แก้เคือง เอาเปลือกมะไฟ ๑ เปลือกช้างน้าว ๑ เปลือกสมเส็ด ๑ รากถั่วพู ๑ เปลือกส้มกุ้ง ๑ แก่นฝาง ๑ ครั่ง ๑ ลิ้นทะเล ๑ ดินถนำ ๑ สีเสียดเทศ ๑ ยาสิบสิ่งนี้เอาสิ่งละ ๑ บาท ดีงูเหลือม ๑ สลึง ฝิ่นดิบ ๑ สลึง ทองคำเปลว ๓ แผ่น เอาแก่นประดู่ ฝางเสน ต้มเป็นน้ำกระสาย บดทำแท่งไว้ ฝนหยอดตา
ยาชื่ออินทร์เนตรขาว เอา ดินถนำ ๑ ฝางเสน ๑ ครั่ง ๑ ว่านน้ำ ๑ เปราะหอม ๑ ดินสอพองเผา ๑ กำยาน ๑ สีเสียดเทศ ๑ ยา ๘ สิ่งนี้ เอาสิ่งละ ๑ บาท ทองคำเปลว ๓ แผ่น เอา แก่นประดู่ ฝางเสน ต้มเป็นน้ำกระสาย บดทำแท่งไว้ ฝนหยอดตา

พระตำราหลวงยานัดถ์ ทรง เอา โกฐหัวบัว ๑ โกฐสอเทศ ๑ โกฐเขมา ๑ โกฐสอไทย ๑ โกฐกระดูก ๑ ชะเอมเทศ ๑ ชะเอมไทย ๑ เปราะหอม ๑ แก้วแกลบ ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ พริกไทย ๑ ชะมด ๑ พิมเสน ๑ เอาสิ่งละ ๑ สลึง สังข์ ๒ สลึง ลิ้นทะเล ๓ สลึง เปลือกฟองไก่ฟัก ๒ สลึง ตำผงนัตถุ์ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง

ยาพอกนิ้วเท้าใหญ่ให้จักษุสว่าง เอาหัวแห้วหมู ๑ มหาหิงค์ ๑ เอาเสมอภาค ตำพอกนิ้วเท้าใหญ่
ขนานหนึ่ง เอารากตาล ๑ หัวกระเทียม ๓ หัว กระชาย ๑ หัว พริกไทย ๗ เม็ด เปราะหอม ๑ หัว ตำสุมเท้า ชักลมลงเบื้องต่ำ

ยาแก้ลมขึ้นเบื้องสูง เอาผลจันทน์ ๑ สลึง ดอกจันทน์ ๑ บาท กานพลู ๒ สลึง ดีปลี ๒ สลึง เกลือสินเธาว์ ๓ สลึง ผลพิลังกาสา ๓ สลึงเฟื้อง ว่านน้ำ ๑ บาท โกฐสอ ๑ บาท โกฐเขมา ๕ สลึง เทียนดำ ๕ สลึง เทียนแดง ๙ สลึง เทียนข้าว ๑ บาทเฟื้อง เทียนตาตั๊กแตน ๑ บาท ๓ สลึง เทียนขาวเปลือก ๑ บาท ๓ สลึง ขิงแห้ง ๒ บาท รากเจตมูลเพลิง ๒ บาท หัวบุกรอ ๙ สลึงเฟื้อง สหัสคุณเทศ ๒ บาท ๓ สลึง พริกไทยล่อน ๑๐ สลึงเฟื้อง ตำผงบดละลายน้ำอ้อยแดงรับประทาน ๑ สลึง วันละ ๓ ครั้ง แก้ตามืด ตาฟาง

ยาแก้ลมขึ้นแต่เท้า ให้ปวดศีรษะ เมื่อยคอ เป็นกำลัง เอาใบกุ่ม ๑ ข่าต้น ๑ ไพล ๑ หัวหอม ๑ ดินประสิวขาว ๑ บดพอกนิ้วเท้าใหญ่ ๓ วัน ๗ วัน หาย

ยาพอกแก้ลมปะกัง เอารังหมาหล้า ๑ ผักเสี้ยนทั้ง ๒ มูลนกพิลาบ ๑ หญ้ารังกา ๑ พริกไทยล่อน ๑ ขิงแห้ง ๑ เอาเสมอภาค ตำพอกนิ้วเท้าใหญ่ หาย

ยาสุมแก้ลมกำเดาขึ้น ให้เวียน จักษุ จักษุมืด จักษุฟาง และจักษุลม จักษุขาว ให้หนักศีรษะซุนไป ให้เจ็บปวดตามกระบอก จักษุ แสกหน้า และแสกผม เหตุดังนี้เป็นโดยโทษลมระคนกับกำเดา ถ้าจะแก้ เอาผลมะกรูด ๓ ผล ไพล ๔ บาท นึ่งให้สุก ดินประสิวขาว ๑ บาท ตำเคล้าน้ำส้มมะขามเปียก พอกศีรษะ หาย

ขนานหนึ่งคู่กัน เอา ใบละหุ่งแดง ๑ ใบลำโพงกาสลัก ๑ ผลมะกรูด ๑ หัวดองดึง ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท ต้มกับน้ำส้มมะขามเปียกแทรกดินประสิว เคี่ยวให้งวด แล้วเอาทั้งน้ำทั้งกาก มาแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน เอาหัวหอม ๑ ส่วน ไพล ๓ ส่วน ผสมกันเข้า บดสุม

ลมหนึ่งชื่อ ตุลาราช เกิดแต่คอหอย ให้เหม็นคาวคอ มักถ่มเขฬะบ่อยๆ หายใจขัดอก ถ้าเกิดกับผู้ใดได้ ๕ เดือน แล้วเสียจักษุจึงหาย ถ้าจะแก้ เอาหน่อไม้ ใบตับเต่า ๑ ฝ้ายแดง ๑ การะบูน ๑ ดอกจันทน์ ๑ ผลจันทน์ ๑ ดีปลี ๑ เอาส่วนเท่ากัน ตำผง ละลายน้ำผึ้งรับประทาน

ยาชื่อ อินทรเนตรดำ เอา ถ่านตาไม้สัก ๗ ตา ถ่านตาไม้สัก ๗ ตา ถ่านตาไม้สีสุก ๗ ตา ถ่านเม็ดมะกอก ๓ เม็ด ทองคำเปลว ๓ แผ่น ทำเป็นจุณ รำหัด พิมเสน พอควร

ยาชื่อ เหลืองล่องสมุทร เอาหัวอุตพิด ๑ หัวกลอย ๑ หัวบุก ๑ หัวกระดาษแดง ๑ หัวกระดาษขาว ๑ สิ่งละ ๑ บาท ขมิ้นอ้อย ๒ สลึง ไพล ๑ สลึง แห้วหมู ๒ สลึง ตรีกฏุก สิ่งละ ๑ สลึง ทำเป็นจุณ บดกับน้ำมะนาว แก้ริดสีดวง แก้โลหิตและลม

ยาชื่อ สังข์รัศมี เอาดินสอพอง ๑๒ บาท น้ำนมเสือ ๑ เฟื้อง หอยสังข์ ๑ เฟื้อง เปลือกฟองไก่ฟัก ๑ เฟื้อง เบี้ยผู้เผา ๑ เฟื้อง ดีปลี ๑ เฟื้อง ข่า ๑ เฟื้อง กะทือ ๑ เฟื้อง ขิง ๑ เฟื้อง ไพล ๑ เฟื้อง กวนนัดถ์

ยาชื่อ อินทรสังหาร เอาใบปีบ ๑ ใบฝักเค็ด ๑ พริกไทย ๑ ดีปลี ๑ ดินถนำ ๑ ขิง ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ หัวกะเทียม ๑ หัวหอม ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท บดด้วยน้ำมะนาวเป็นกระสาย

สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะต้อกระจก ๗ ประการ คือ ต้อนิลกระจก ๑ ต้อกระจกนกยูง ๑ ต้อกระจกหลังเบี้ย ๑ ต้อกระจกปรอท ๑ ต้อกระจกหิ่งห้อย ๑ ต้อกระจกแดง ๑ ต้อกระจกขาว ๑ เป็น๗ ประการด้วยกัน ดังนี้ ถ้ารักษาต้องด้วยโรคจึงจะหาย

แต่ต้อกระจก และต้อเสดกระจกนั้น รักษาไม่หาย ต้อทั้ง ๗ ประการนี้ เกิดเพื่อลมขึ้นมาแต่ฝ่าเท้า เมื่อขึ้นมานั้นให้เมื่อยตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงต้นคอ แต่เมื่อยอยู่ดังนั้นประมาณสองปี สามปี แล้วจึงปวดศีรษะดังจะแตก แล้วผุดขึ้นมาในจักษุ ต้อกระจกทั้ง ๙ ประการ ซึ่งกล่าวมานี้ ต้องด้วยลักษณะตรีโทษ

ต้อเพกา, ต้อเนื้อ, ต้อลิ้นสุนัข, ทั้ง ๓ อย่างนี้เกิดเพื่อเส้น

ต้อลำใย และต้อทั้งหลายนั้น เกิดเพื่อโลหิต อนึ่ง เดือน ๕,๖,๗,๘, ทั้ง ๔ เดือนนี้เกิดเพื่อโลหิต เดือน ๙,๑๐,๑๑,๑๒, ทั้ง ๔ เดือนนี้ เกิดเพื่อกำเดา เดือน ๑,๒,๓,๔ ทั้ง ๔ เดือนนี้ เกิดเพื่อเสมหะระคนกัน

สิทธิการิยะ ตำราแพทย์ที่จะรักษาต้อกระจกทั้ง ๗ พึงรู้โรคยาให้สิ้นเสร็จเล่ห์กลกัลเม็ดที่จะแก้จักษุโรคนั้น ให้แต่งยาสุมทุกวัน จึงกินยานั้นชะโลมไว้ อย่าให้ผูกพรรดึกแข็งเข้าได้ แล้วทำยาพอกนิ้วเท้าใหญ่ทุกๆวัน แล้วให้ปล่อยปลิงเดือนละหน ข้างแรมจึงปล่อย ถ้าจักษุนั้นค่อยเห็นขึ้นแล้ว จึงทำยาทาฝ่าเท้า ให้รมถ่านสะแกให้ร้อนแต่พอทน ยาแห้งแล้วเอาอีกให้ได้ ๕ หน ให้ได้ ๓ คราว คราวละ ๓ วัน ครั้นตัดรากลมแล้ว จึงทำยาสุมต้อที่มืดไม่เห็นใต้ไฟนั้น เอารากมะรุมสดๆ บดให้ละเอียดสุมไว้ ๓ วัน จึงทิ้งเสียแล้วทำใหม่สุมไปกว่าจะเห็น จึงงด เอายานี้สุมไป เอามหาหิงค์ ๑ กำยาน ๑ ยาดำ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ใบมะขาม ๑ ใบส้มป่อย ๑ ตรีกฏฺก ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท บดด้วยน้ำมะนาว สุมไปทุกวัน ๑๐ วัน แล้วทิ้งเสีย ทำใหม่แล

ยาพอกนิ้วเท้าใหญ่ เอาสลัดได ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ กระเทียมครึ่งหัว บดพอกไว้ทั้งกลางวันกลางคืน

ยารม เอาตรีกฏฺก ๑ กะเทียมสิ่งละ ๑ บาท มหาหิงค์ ๔ บาท บดด้วยยางสลัดได แล้วปั้นแท่งไว้ ฝนด้วยยางสลัดได ทาฝ่าเท้า รมด้วยถ่านไม้สะแก แล้วจึงรับประทานยาต่อไป

ยารับประทานล้างภายใน เอาใบประคำไก่ ๑ เปลือกหอยขม ๑ ตรีกฏฺก ๑ กะเทียม ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท มะไฟเดือนห้า ๒ บาท ใบพริกไทย ๔ บาท ใบสมอทะเลนึ่ง แล้วผึ่งแดดให้แห้ง เท่ายาทั้งหลาย ตำเป็นผง ถ้าผู้ไข้นั้นเกิดข้างขึ้น รับประทานหนัก ๑ สลึง ถ้าข้างแรม เฟื้องสองไพ ละลายน้ำส้มสายชู รับประทานเวลาเช้า

ขนานหนึ่งรับประทานเวลาเย็น แก้ลม เอาใบสะเดา ๑ ใบประคำไก่ ๑ ใบโคนดินสอ ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ รากเจตมูลเพลิง ๑ ว่านน้ำ ๑ ดีปลี ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท พริกไทยเท่ายาทั้งหลาย ตำผงละลายน้ำผึ้ง รับประทานเวลาเย็น

ยาสุมต้อกระจก เอา มูลจุณสี ๑ สลึง เม็ดพรรณผักกาด ๒ สลึง รากเจตมูลเพลิง ๑ บาท ตรีกฏฺก ๑ บาท ใบเจตมูลเพลิง ๑ บาท บดด้วยน้ำมะนาว สุมไปกว่าจะครบ ๑๐ วัน แล้วทิ้งเสียจึงทำสุมใหม่

ยาแก้ต้อกระจก เอาผิวมะกรูด ๑ ยาดำ ๑ เกลือสินเธาว์ ๑ พริกไทย ๑ ขิงแห้ง ๑ มหาหิงค์ ๑ ดีปลี ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท กะเทียม ๖ สลึง ตำผงละลายน้ำผึ้ง น้ำมะกรูด น้ำมะนาว เอาส่วนเท่ากันเป็นกระสาย รับประทานหนัก ๑ สลึง ถ้าจะปล่อยปลิงให้เลือกเอาวันจันทร์ วันอังคาร และ วันพฤหัสบดี ใช้ข้างแรม ห้ามแต่แรม ๒ ค่ำ ๔ ค่ำ ๗ ค่ำ ๑๑ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ข้างขึ้นห้ามอย่าปล่อยเลย จะปล่อยปลิง ต้อโลหิต ต้อกระจก ให้ปล่อยมาข้างท้ายขวัญ ๕ ตัว เลือกเอาแต่ตัวเติบๆ ต้นคิ้วข้างละ ๒ ตัว แต่ปลายคิ้วมาถึงหูข้างละ ๙ ตัว ใต้หูอ่อนข้างละ ๑ ตัว ขากรรไกรข้างละ ๓ ตัว ต้นเล็บนิ้วเท้าใหญ่ข้างละ ๒ ตัว จะปล่อยปลิงนี้ขึ้นเดือน ๕ เดือน ๖ และเดือน ๗ ปลิงมีลูกเมื่อปล่อยแล้วเอายาสูบปะปากแผลเสีย ปลิงคายลูกไว้มิได้

สิทธิการิยะ จะรักษา จักษุ, ปวด, เคือง ให้นัดถ์ยาเสียก่อนแล้วจึงใส่ยา อินทรเนตรแดง ถ้า มิฟัง เอาฝิ่นแทรกเป็นกระสาย สักเวลาหนึ่งสองเวลา ถ้าฟังแล้วให้ใส่ฝิ่นต่อไป ถ้ามิฟังจงยักน้ำกระสายใหม่ เอาผลแตงกวาหมกไฟให้สุก แล้วบีบเอาน้ำเป็นกระสาย ถ้ายังมิฟัง ให้ทำยาสุมแก้พิษต่อไป เอา ดินประสิวขาว ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ต้นหางจรเข้ ๑ ฆ้องสามย่าน ๑ ใบทองหลางทั้ง ๒ ตำลึงทั้ง ๒ แคทั้ง ๒ ใบมูลเหล็ก ๑ ใบสมี ๑ ใบพรมมิ ๑ ดินสอพอง ๑ หญ้าน้ำดับไฟ ๑ บดพอกกระหม่อมให้ได้ ๒ เวลา

ถ้ายังไม่หายปวดให้ปล่อยปลิงเอาโลหิตร้ายออกเสีย ถ้าต้อควายออกแล้วแต่ยังไม่บริสุทธิ ให้เอายอดถั่วแปบพานจักษุเอาโลหิตออกแล้วใส่ยาสมานต่อไป เอายา อินทรสังหารแทรกอินทรเนตรแดง ใส่ให้กระจายโลหิต ถ้ายังไม่ปรกติจึงเอายอดถั่วแปบพานไปอีก ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง แล้วใส่ยาไปกว่าจะหาย

อนึ่ง ถ้าผู้ใดจะรักษาจักษุ ถ้านัดถ์ยา ใส่ยาและสุมยายังไม่หายปวด และเป็นฝ้าปิดขึ้นไปแต่ขอบตาดำข้างล่าง คล้ำเป็นเงาขาวออกไปจากตาดำดังไขเนื้อ เป็นดังนี้เรียกว่าต้อน้ำ ถ้าขึ้นไปจักษุผู้ใด จักษุผู้นั้นจะบอด ถ้าจะรักษาให้ปล่อยปลิง ที่ขอบตาข้างล่าง ข้างละ ๕ ตัว ถ้ายังปวดอยู่ให้ปล่อยต่อไปอีก ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง กว่าจะหายปวด

สิทธิการิยะ จะกล่าวกำเนิดต้อทั้งปวง คือ ต้อกงเกวียน ต้อก้นหอย ต้อสลัก ทั้ง ๓ ประการนี้ เกิดแต่เท้าขึ้นมาอยู่ในระหว่างตรีโทษ
ต้อลำใย, ต้อลิ้นสุนัข, ต้อสายโลหิต, ต้อเนื้อ, ต้อหมอก, ต้อแดง, ต้อเกลื่อน ทั้ง ๗ ประการนี้ เกิดเพื่อลม เพื่อกำเดา และโลหิต ถ้าเป็นเดือนหนึ่ง ว่าเอกโทษ พอรักษาได้ ถ้าพ้นเดือนหนึ่งเป็นทุวัณโทษ ถ้าถึง ๘ เดือน ๙ เดือน ไปจนปีหนึ่ง เป็นตรีโทษ รักษายาก ถ้าเป็นฝีหรือเป็นหัดก็ดี และเกิดต้อขึ้นที่ลูกตาได้ ๑๐ วัน เป็นทุวัณโทษ ถ้าพ้น ๑๐ วันขึ้นไป เป็นตรีโทษ รักษาไม่หาย

อาจาริย์กล่าวว่า ถ้าผู้ใดป่วยจักษุได้ ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ก็ได้ เกิดด้วยเสมหะ และลมกระทำโทษ ถ้าป่วยจักษุ ถึง ๕ เดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน เกิดด้วยโลหิตและลมกระทำโทษ ถ้าป่วยจักษุถึง ๙ เดือน ๑๐ เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือน เกิดด้วยกำเดาและลมกระทำโทษ ระคนกันอยู่ดังนี้ ถ้าแพทย์จะรักษาให้พิจารณา ว่าป่วยได้กี่เดือน และอันใดกระทำโทษให้ฟอก, กอก, และปล่อยปลิงชำระโทษนั้นๆ ออกเสียก่อนจึงใส่ยา

ถ้าลูกตาดำเป็นดุจผิวมะกรูด ชื่อว่าต้อมะเกลือ เกิดเพื่อดีเป็นตรีโทษ อนึ่ง ให้ลูกตาแดงดังผลมะกล่ำ ชื่อว่าต้อไฟเป็นเอกโทษ เกิดเพื่อนอนมากเกินธรรมดา ต้อหนึ่งสีดังหงสี่บาท ชื่อว่าต้อรัตนโชติ เกิดเพื่อเสมหะและกำเดา เป็นลักษณะโทษ ต้อหนึ่งชื่อว่า ต้อตาแมว ลูกตานั้นช้ำ ริมตานั้นใส ต้อเกลื่อน ก็เรียก เกิดเพื่อดีเป็นตรีโทษ ต้อหนึ่ง ลูกตานั้นขาว ชื่อต้อฝ้าย เกิดเพื่อมาตุมคามต้อหนึ่ง สีเขียวดังดอกอัญชัญ เกิดเพื่อดีและโลหิตเป็นมัชฌิมโทษ รักษาหาย

แต่ลูกตานั้นจะน้อยกว่าปรกติ ต้อหนึ่งเกิดที่หลังตาก็มี ที่ลูกตาก็มี เกิดขึ้นดังกะเพาะปลา มักให้น้ำตาตก ให้คันขอบตา ตานั้นแดง ต้อนี้เกิดเพื่อโลหิต ให้ชำระโลหิตออกเสียก่อนจึงใส่ยา ต้อหนึ่ง แดงดังไฟ ชื่อว่าต้อฝี เกิดเพื่อสันนิบาต ต้อหนึ่ง เกิดเพื่อกำเดา กลางคืนมิเห็น ชื่อว่าต้อตาฟาง เป็นเอกโทษ

ต้อหนึ่ง เมื่อนอนมักให้เจ็บกระบอกตา เกิดเพื่อโลหิต และนอนมาก ชื่อว่าเอกโทษ ต้อหนึ่ง เกิดที่ลูกตา เมื่อหายแล้วทำให้ลูกตาหวำกลางหน่อยหนึ่ง ชื่อว่าต้อธรณี เป็นทุวัณโทษ เกิดเพื่อทำการหนัก

ต้อหนึ่ง เกิดที่ลูกตาดำ หรือลูกตาขาว ให้แข็งดุจกระดูก และพองออกมา ชื่อว่าต้อหูด เกิดเพื่อโลหิตและลม ทั้ง ๒ ประการนี้ต่างกัน เป็นตรีโทษ ต้อหนึ่ง ให้ลูกตาเขียวไป มืดกว่า ต้อเพ็ชร์ เกิดเพื่อลม ให้นวดเสียก่อนจึงกินยา เป็นเอกโทษ ต้อหนึ่ง อยู่ดีๆให้ตาแดง เกิดเพื่อโลหิตและริดสีดวง ให้เอาโลหิตออก เสียก่อนจึงใส่ยา ต้อหนึ่งให้จักษุลด เกิดเพื่อกำเดา ให้เอาโลหิต กำเดาออกเสียก่อน จึงใส่ยากินยาประจุ ต้อหนึ่งนั้น ให้จักษุเหลือง ดังขมิ้น สีดุจรุ้งกินน้ำ เกิดเพื่อธาตุทั้ง ๔ ไม่เสมอกัน ให้กินยาธาตุเสียก่อนจึงใส่น้ำมันปิดกำเดาแล้วจึงใส่ยา ต้อหนึ่ง ให้ตามืดหูตึง เกิดเพื่อลม ให้กินยาภายในก่อนจึงใส่ยา ต้อหนึ่ง ให้คายจักษุ จักษุหลับๆ ลืมๆ เกิดเพื่อกำเดาและโลหิต ให้รมยาก่อนจึงใส่ยา ต้อหนึ่งให้เจ็บจักษุ เกิดเพื่อสรรพเคราะห์ ให้เสดาะเคราะห์เสียก่อนจึงใส่ยา ต้อทั้งปวงนี้ เป็นเอกโทษ, ทุวัณโทษ, ตรีโทษ รักษาได้บ้าง ตัดบ้าง

ต้อหนึ่งให้เจ็บจักษุ จักษุมืดๆ พรายๆ เกิดเพื่อมาตุคาม ถ้าจะใส่ยาให้งดมาตุคามเสียก่อน ถ้าล่วง ตรีโทษมิหายแล ต้อหนึ่ง มักให้เวียนจักษุ ให้มืดจักษุ จักษุเขียวดังปีกแมลงทับ ให้กินยาเสียก่อนจึงใส่ยา และเมื่อลักษณะจักษุจะมืดนั้น ๔ ประการ

ประการหนึ่งเป็นเพื่อโลหิตลม, เสมหะ, กำเดา และเมื่อจะเจ็บนั้นให้เขม่นจักษุอยู่ริกๆ จักษุมิสู้แดงนัก ขาวนัก เป็นจักษุลม ถ้าขาวออกเป็นเพื่อโลหิต เพื่อลม ให้ประจุเสียก่อนจึงใส่ยา ถ้าเจ็บจักษุตุบๆ เหมือนมดกัด ให้เสียดแทง และนอนมิหลับ มีแสงพราวออกไปดังหิ่งห้อย ดังไฟ แดงเป็นหย่อมๆ เป็นเพื่อกำเดา ให้ชำระกำเดาเสียก่อนจึงใส่ยา แรกเจ็บจักษุนั้นให้น้ำตาหล่อ รอบขุมจักษุเป็นเพื่อเสมหะ ให้กินยาประจุเสียก่อนแล้วจงใส่ยา ถ้าแรกเจ็บจักษุ จักษุแดง แดงดังโลหิต เป็นเพื่อสันนิบาต เกิดพร้อมกัน เร่งใส่ยาจงได้ แพทย์ผู้ใดจะรักษา ให้พิจารณาจงละเอียดจึงใส่ยา และคนผู้เจ็บนั้นให้ขวั้นเทียนรอบศีรษะ เอาข้าวตอกดอกไม้ขอสมาโทษ เทพารักษ์ทั้งหลาย แล้วจึงใส่ยา

สิทธิการิยะ อาจาริย์ เจ้ากล่าวถึงต้อทั้งปวง ให้จักษุมืด, ฟาง, แฉะ, เปียก, หมอก, มัว, ต้อเนื้อ, ต้อสายโลหิต, ต้อลำใย, ต้อลิ้นหมู, ต้อตาแมว, ต้อแววนกยูง, ต้อปีกแมลงทับ, ต้อแมลงวัน, ต้อน้ำผึ้ง, ต้อเกล็ดหอย, ต้อมะเกลือ, ต้อลิ้นสุนัข ต้อทั้งหลายต่างๆดังกล่าวมานี้ เกิดแก่คนทั้งหลาย ถ้าเขม่นจักษุๆ พรายๆ ดุจดังหิ่งห้อย เกิดเพื่อกำเดา เพื่อโลหิต ถ้าจักษุแดง เป็นเพื่อสันนินาต ถ้าจักษุขาว ชื่อต้อลิ้นสุนัข ถ้าจักษุขาวนั้นกลับแปรไปดังผลผักปลัง ชื่อต้อสลัก ต้อชุมนุมอยู่ ให้แพทย์พิจารณาดูลักษณะต้อจงจะแจ้งก่อน จึงวางยา และใส่ยา ถ้าชอบยาร้อนให้ใช้ยาร้อน ถ้าชอบยาเย็นให้ใช้ยาเย็น
ถ้าต้อก้นหอยนั้น เกิดแต่นิ้วเท้าใหญ่ ต้อสลักเกิดแต่ปลีน่อง ต้อตาแมว ต้อแววนกยูง เกิดแต่หัวเหน่า ต้อหนึ่ง เห็นพรายๆ เกิดแต่สะดือและเม็ดน้อยๆ รอบตา อยู่ในที่ตาดำ ชื่อต้อรังผึ้ง รักษายากนัก
ต้อหนึ่งเกิดมาแต่ศีรษะ ยอดดำดังหมอก กระวัดรอบจักษุ ชื่อต้อมะเกลือ รักษาไม่หาย ต้อเพกา เกิดมาแต่รากขวัญ ต้อผักตบ เกิดมาแต่ยอดอกภายใน ต้อเนื้อ, ต้อสายโลหิต, ต้อลิ้นสุนัข, ต้อหมอก พยาธิหมู่นี้ เกิดเพราะรับประทานข้าวเหนียว จึงบังเกิด

ยาแดงใหญ่ชื่ออนันตคุณ เอา แก่นมะขาม ๑ แก่นมูลเหล็ก ๑ แก่นมหาด ๑ แก่นซ้องแมว ๑ มะฝ่อ ๑ เปราะหอม ๑ เอาสิ่งละ ๑ ส่วน ดีงูเหลือม ๑ ดีจรเข้ ๑ ดีตะพาบน้ำ ๑ เอาแต่พอควร ตุกกะต่ำ ๑ บัลลังก์ศิลา ๑ สังข์ ๑ เบี้ยผู้ ๑ ลิ้นทะเล ๑ ชาดหระคุณ ๑ ชาดก้อน ๑ น้ำประสานทอง ๑ ยา ๘ สิ่งนี้สะตุก่อน แล้วจึงใส่ บททำแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำนมโค แก้ปวด แก้เคือง และกระจายโลหิต
ยาชื่ออินทโชต เอา จันทน์ทั้ง ๒ แก่นซ้องแมว ๑ แก่นสน ๑ แก่นมูลเหล็ก ๑ รากหญ้านาง ๑ รากขัดมอน ๑ รากตาลหม่อน ๑ หัวอุตพิด ๑ เม็ดในมะฝ่อ ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ สังข์เผา ๑ หัวแห้วหมู ๑ ผลจันทน์ ๑ ดีปลี ๑ ชะมด ๑ บัลลังก์ศิลา ๑ ตุกกะต่ำ ๑ ดินถนำ ๑ สีเสียดเทศ ๑ ครั่ง ๑ เปลือกเม็ดมะขาม ๑ กำยาน ๑ เอาสิ่งละ ๑ สลึง พิมเสน ๒ ไพ ฝิ่น ๑ เฟื้อง ดีงูเหลือม ๑ เฟื้อง บดด้วยน้ำมะงั่ว ทำแท่งไว้ ฝนด้วยน้ำมะนาว ใส่ จักษุแดง, จักษุมืด, จักษุเป็นขุม แก้ปวด ฝนด้วยน้ำเย็น แก้ตาริดสีดวง ฝนด้วยน้ำมะนาว

ยาชื่อ รัตนโชต เอา บัลลังก์ศิลา ๑ ศิลาย่อน ๑ ดินถนำ ๑ เบี้ยผู้เผา ๑ ดีปลี ๑ แก่นต้นเสมอไทย ๑ แก่นกำจาย ๑ แก่น มูลเหล็ก ๑ แก่นซ้องแมว ๑ เอาสิ่งละ ๑ สลึง พิมเสน ๒ ไพ บดด้วยน้ำเย็น ทำแท่งไว้ ฝนใส่ต้อช้าง ต้อหมอก ก็ได้

ยาชื่อ สุวรรณไกรลาศ เอา ชาดหอระคุณ ๑ บัลลังก์ศิลา ๑ เม็ดในมะฝ่อ ๑ จันทน์แดง ๑ เปลือกเม็ดมะขาม ๑ แก่นซ้องแมว ๑ เอาสิ่งละ ๒ สลึง พิมเสน ๒ ไพ ทองคำเปลว ๕ แผ่น บดด้วยน้ำ ดอกไม้เทศ ทำแท่งไว้ ใส่จักษุแก้ปวด แก้เคืองลืมมิขึ้น

ยาชื่อ สว่างอารมย์ เอา แก่นจันทน์แดง ๑ บัลลังก์ศิลา ๑ ตุกกะต่ำ ๑ ชาดก้อน ๑ ครั่ง ๑ ว่านกีบแรด ๑ ว่านร่อนทอง ๑ สังการะนี ๑ เนระพูสี ๑ ดินถนำ ๑ เอาสิ่งละ ๒ สลึง พิมเสน ๒ ไพ บดด้วยผลประคำดีควาย ต้ม ใส่จักษุ แก้ปวด เคือง แทรกฝิ่น หน่อยหนึ่ง

ยาชื่อ แดงเทพศิลา เอา จันทน์แดง ๑ จันทน์ขาว ๑ แก่นซ้องแมว ๑ แก่นมูลเหล็ก ๑ เปลือกเม็ดมะขาม ๑ ดินถนำ ๑ ชาดหอระคุณ ๑ สุพรรณถันแดง ๑ ดินแดงเทศ ๑ ศิลาย่อน ๑ ชะมด ๑ เอาสิ่งละ ๑ สลึง พิมเสน ๒ ไพ จุณสี ๑ เฟื้อง บดด้วยน้ำนมโค เอาแต่ใสๆ ใส่จักษุ แก้ปวด แก้เคือง และกระจายโลหิต แทรก อินทสังหารหน่อยหนึ่ง

ยาชื่อ อินทสังหารน้อย เอา น้ำนมเสือ ๒ สลึง ดินถนำ ๑ บาท ใบปีบ ๕ สลึง ใบผักเค็ด ๕ สลึง กระเทียม ๗ กลีบ พริกไทย ๗ เม็ด ดีปลีหนักเท่าพริกไทย เกลือตัวผู้ ๓ เม็ด พิมเสน ๑ เฟื้อง ชะมด ๑ ดีงูเห่า ๑ ดีจระเข้ ๑ เอาสิ่งละ ๒ ไพ เอาน้ำมะนาว เป็นกระสาย คู่กันกับเทพศิลา

ยาชื่อ อินทเนตรแดง เอา เปลือกมะไฟ ๑ เปลือกช้างน้าว ๑ เปลือกสมเส็ด ๑ รากส้มกุ้ง ๑ รากถั่วพู ๑ ลิ้นทะเล ๑ ดินถนำ ๑ ฝาง ๑ ครั่ง ๑ สีเสียดเทศ ๑ เอาสิ่งละ ๑ บาท ฝิ่น ๑ เฟื้อง ดีงูเหลือม ๑ เฟื้อง บดด้วยน้ำแก่นประดู่เสนต้ม เป็นกระสาย แก้ปวด แก้เคือง ถ้ามิฟังแทรกอินทสังหาร หน่อยหนึ่ง

ยาชื่อ อินทเนตรขาว เอาดินถนำ ๑ บาท ดินสอพอง ๑ บาท เปราะหอม ๒ บาท ฝาง ๑ ครั่ง ๑ สีเสียดเทศ ๑ ว่านน้ำ ๑ เอาสิ่งละ ๒ สลึง กำยาน ๑ สลึง บดด้วยน้ำแก่นประดู่เป็นกระสาย

สิทธิการิยะ ถ้าบุคคลผู้ใดเป็น ตามืด, ตาฟาง, ตาหมอก, ตาต้อ, ตาเปียก และเคืองอยู่ในตา และให้แพทย์ทั้งหลายพิจารณา ดูจงถี่ถ้วน ถ้าตาเป็นฝ้าปิดอยู่เป็นเพื่อลม มิเห็นตาดำ แลเห็นเหลือง ดังหิ่งห้อย แลเห็ฯไฟแดงอยู่ เป็นเพื่อกำเดาและลม ถ้าตาขาว แลเคือง แลให้มืดดังสาย เป็นเพื่อลมและเสมหะ

ต้ออันหนึ่ง เมื่อแรกพึ่งเป็น เป็นผื่นๆ ขึ้นมาในหัวตา ชื่อว่า ต้อเนื้อ ต้อหนึ่ง สวัดวงตา ตามิเห็น ชื่อว่าต้อแมว ต้ออันหนึ่ง ตามันดังเยื่อลำใยขาว ชื่อว่าต้อแววนกยูง ต้อหนึ่ง แลเห็นนัยน์ตา ดังไขวัว ชื่อว่าต้อน้ำ ต้อหนึ่ง เมื่อแรกแลดูเห็นกลมตาดำอยู่ ชื่อว่าต้อหมอก ต้อหนึ่ง แลดูดังลิ้นสุนัข ชื่อว่าลิ้นสุนัข ต้อหนึ่ง แลดูเห็นเป็นแววอยู่ในตาดำ ชื่อว่าต้อลาย

เดิมเมื่อจะเป็นต้อกระจกนั้นให้ร้อนในฝ่าเท้า ๗ วัน ในกำหนด ๗ วัน นั้นเล่าเป็นแมลงหวี่บินออกจากตาไป ครั้นถึงอีก ๗ วันเป็นหิ่งห้อย ครั้นได้อีก ๗ วัน เป็นใยขาวอยู่แลเห็นยิบๆ ครั้นได้ ๗ วันเป็นขาวผ่านตาดำอยู่ ทำให้เห็นใต้ดวง ๑ เป็น ๒ ดวง ๔ ดวง ครั้นถึง ๗ วันเล่า ก็คลุมกลบตาดำ ใน ๔ วันนั้นแลแดงสพั่งอยู่ กว่านั้นมิเห็น ต้อกระจกนั้นเหลืองกลางแล

ดูกำเนิดต้อดังนี้ คือ ถ้าต้อเห็นปิ่มออกดังหิ่งห้อย ชื่อว่า ต้อกระจก ต้ออันหนึ่ง ออกดังปรายปรอย ชื่อว่าต้อแตน เป็นเพราะ ริดสีดวงแล

ต้อหนึ่งสวัดขึ้น ชื่อว่าต้อก้นหอย ต้ออันงอกและมันเป็นวงแหวนแลเห็นบ้าง ชื่อต้อก้นหอย ต้ออันงอกและขาว ชื่อว่าต้อคอด้วง ต้ออันออกพาดเหนือตาดำ เห็นต่างๆ นาๆ ชื่อว่าริดสีดวงต้อ แล ต้ออันงอกปิดตา เห็นดังใยขาวดาดไป ชื่อว่าต้อสลัก ต้ออันหนึ่ง เจ็บริมตา เบื้องบนเบื้องต่ำรับกัน เพราะเป็นริดสีดวงฝี ตายังดี แลไม่เห็นหนทาง เป็นเพราะกำเดาอันเจ็บทั่วทั้งตัว เป็นเพราะลมปะกัง แล ตาดีถะลนและมือ เป็นเพราะเลือดตน ตาอันแดงและน้ำตาออกชุ่มไซร้ ชื่อว่าต้อตาเปียก และ ต้ออันอยู่หัวตาและหางตา ชื่อว่าต้อเนื้อ ต้อลามเข้าไปในตาดำ ชื่อว่าต้อลิ้นสุนัข ตาอันริมแดง ขนตาหล่นดังผุยผง เมื่อแรกใส่ยาตา ให้โกนผมเสียก่อน ให้ขอดกำด้น ครั้นค่ำ จึงให้เอาส้มมะขามเปียกคั้นกับเกลือ ใส่สุมไว้จนรุ่งเช้าจึงบน ๓๓๐๐ ผ้า เพราะหมากเมี่ยงบังสกตัว เหล้าไหหนึ่งพลีเอา แล้วจึงใส่เอาแต่น้ำไปให้ต้องอิถีภาพไซร้ แม้นหญิงอย่าให้ผัวสร้องเสพด้วย ผู้ใดจะเอาตัวรอดทำตามที่กล่าวมานี้เกิด ต้ออันขึ้นตาซ้ายเป็นเพราะลม ต้ออันขึ้นตาขวาเป็นเพราะเลือด ให้กอกเอาเลือดออกเสียจงหนักเถิด ในเมื่อแรกเกิด ตาเห็นใยดังแมลงหวี่ ตาเป็นดอกพึ่งขุ่นในตา

ครั้นเห็นสีเขียวแล้วมันแดงและมันดำ จึงว่าต้อมะเกลือ และมันเขียว และมันขาว ด้วยกัน จึงว่าต้ออันมันเข้ามาในหางตาดำ เท่าแมลงหวี่ก็ดี เท่าปีกแมลงวันก็ดี ชื่อว่าต้อลิ้นสุนัข ท่านให้เอา พริก ๑ ขิง ๑ กะเทียม ๑ หอม ๑ เอาสิ่งละ ๑ สลึง ดีปลี ๑ เฟื้อง ดินถนำ ๑บาท เอาหมักให้เย็น เอาดินถนำ ๑ บาท ๒ สลึง บดด้วยน้ำมะนาว ปั้มเป็นแท่งไว้ใส่ริดสีดวง ไม้ลัดตา ตาเปียก ตาแดง ชื่อ ละลอกสมุท ดินถนำ ๒ บาท ขี้วัวสด ๑ บาท ลูกมะกอกอ่อน ๒ บาท พริกไทย ๑ บาท ขิง ๑ บาท หอมแดง ๑ บาท ๒ สลึง การะบูน ๒ สลึง พิมเสน ๑ สลึง ตุกต่ำ ดินถนำ ๑ บาท บดด้วยน้ำ ทำเป็นแท่งไว้ ชื่อรากคันทะ ตีค่าไว้ ตำลึงทอง ๑ แล

ขนานหนึ่ง เอาน้ำมะรุมทะนาน ๑ น้ำทองหลางทะนาน ๑ น้ำบอนเตาทะนาน ๑ น้ำขิงทะนาน ๑ น้ำชะเอมทะนาน ๑ น้ำข้าวทะนาน ๑ เคี่ยวให้ข้น และเอาฝิ่นหนัก ๑ บาท พริกไทย ๑ ตำลึง บทเป็นแท่งไว้ ใส่ตาริดสีดวง สรรพต้อทั้งปวงดีนัก แล

ขนานหนึ่ง เอาไพล ๑ กระชาย ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ดองดึง ๑ ขิงเท่ายาทั้งหลาย บดด้วยน้ำมะนาว ใส่ต้อสลักหาย แล

ขนานหนึ่ง เอาสัตบุษ ๑ สมอเทศ ๑ เทียนดำ ๑ เทียนขาว ๑ ดีปลี ๑ ดินถนำ ๑ ตุ๊กกะต่ำ ๑ รากพุดซ้อน ๑ รากอัญชันทั้ง ๒ รากทองหลางใบมน ๑ รากหมากไฟ ๑ เอาเสมอภาค บดละลายน้ำมะนาว ทำเป็นแท่งไว้ ใส่ตาต้อเนื้อ ต้อสาย ต้อหมอก คลุ้มตา ใส่ให้งาม

ยานี้ ชื่อนัยนา อุททิพสรวง เอา ดินถนำ ๑ ตรีผลา ๑ กฤษณา ๑ การะบูน ๑ พิมเสน ๑ เกลือเทศ ๑ รำหัดสักหน่อย ดีจระเ ๑ เอาเท่ากัน บดละลายน้ำมะนาว ทำเป็นแท่งไว้ ใส่ต้อหมอกให้ได้ ๑๐๐๑ ใส่ต้อได้ ๓๐ จำพวก แก้ริดสีดวงได้ ๓๐ จำพวก

ยานี้ชื่อ โชติรส ใส่ตาต้อสรรพทั้งหลายแลเอา ดอกบัว ๑ ดอกสลิด ๑ กระดังงา ๑ ดอกสารภี ๑ พิมเสน รำหัด เอาน้ำค้างบดไว้ ใส่ตาฟาง เอาน้ำตะไคร้ฝนด้วยน้ำนมคน ใส่ฝนลงกับหิน

ขนานหนึ่ง เอาพิมเสน ๑ จันทน์หอม ๑ พริก ๑ ขิง ๑ ดีปลี ๑ ว่านน้ำ ๑ รากพุด ๑ รากอัญชัญขาว ๑ สมอเทศ ๑ บดด้วยน้ำค้าง ใส่สรรพต้อทั้งหลาย ชื่อทิพรัตน์ แล

ขนานหนึ่ง เอาดินถนำ ๑ ตุ๊กกะต่ำ ๓ เท่ากัน ปั้นลงกับศิลาสองเท่า เปลือกมะกล่ำเผา ๑ รากมะกล่ำเครือ ๑ ลูกมะกล่ำเผา ๑ ลูกผักปลังเผา ๑ รากพุดซ้อน ๑ พิมเสนเผา ๑ ขมิ้นเครือ ๑ ไพลเผา ๑ ทำเป็นจุณแช่น้ำ แล้วเอาบดปั๊มเป็นแท่ง ใส่ตา ต้อหมอกคลุ้ม หมอกเกลื่อน ต้อสลัก ต้อมุก ต้อกระจก ต้อลิ้นสุนัข ต้อน้ำ สรรพต้อแลวิเศษนัก ครั้นใส่ยานี้หายสิ้นแล

ถ้าเป็นตาเปียก เอาคัดเค้า ๑ รากพันงูแดง ๑ แช่น้ำไว้ ใส่หายแล

ยาใส่ตาให้สว่าง เอา ลูกมะขามป้อม ๑ รากอัญชัญขาว ๑ บดด้วยมูตรวัว ใส่งามตาดังดาว แล

ยาทาตาซึ่งทำให้ตาฟาง เอาลูกละมุด ๑ ลูกยาง ๑ ลูกมะกล่ำขาว ๑ เอาเสมอภาค บดด้วยน้ำท่า ทาให้หาย

ขนานหนึ่ง เอาสมอเทศ ๑ ว่านน้ำ ๑ โกฐสอ ๑ ดีปลี ๑ พริก ๑ ลูกแหน ๑ สังข์ ๑ บัลลังก์ศิลา ๑ เอาเสมอภาค บดด้วยน้ำมันจันทน์ ตากไว้ในร่ม ฝนใส่ตามืดตามัวก็ดี ขี้ตาออกมากก็ดี ต้อเนื้อตาฟางก็ดี หายสิ้นแล

ขนานหนึ่ง เอารากช้าแป้ง ๑ รากทับทิม ๑ รากมะเดื่อ ๑ ใบปีบ ๑ เปลือกเพกา ๑ แคฝอย ๑ เสมอภาค บดใส่ตาฟางหาย แล

ขนานหนึ่ง เอาดินถนำ ๑ เบญกาน ๑ เดือยไก่ป่า ๑ และ หมักไว้คืน ๑ แล้วจึงบดด้วยน้ำท่า ใส่ตากัดต้อหมอก ทุกวัน แล ชื่อนัยนาวุฒิ

ขนานหนึ่ง เอา รากสลิด ๑ บาท รากอัญชัญขาว ๑ รากพุทรา ๑ บาท ดองดึง ๑ บาท หญ้าใต้ใบ ๒ สลึง หญ้างวงช้าง ๒ สลึง สัตบุษ ๔๐ ลูก ขมิ้น ๗ ซีก บดพอกหน้าผากเท่าสองนิ้ว เมื่อถึงสามวันเอาออก คั้นยาสระหัวดุษดีให้ได้เดือน ๑ แก้ต้อทั้งหลายหายแล

ขนานหนึ่ง เอา ยอดไทร ๑๑ ยอด เครือตำลึง หนัก ๒ สลึง ตำด้วยกัน ใส่กระทง ๓ มุมไว้ยังรุ่ง เอาแต่น้ำ ใส่วันละ ๓ ที ต้อเกิดได้ ๓, ๔, ๕, ปี ก็ดี ตกสิ้นปี แล

ขนานหนึ่ง เอา รากอัญชัญขาว ๑ ขมิ้น ๗ ชิ้น เอาน้ำค้างเป็นกระสาย ใส่กระทง ๓ มุม แล้วเอาสำลีชุบเอาแต่น้ำ ใส่แผ้วสันดาน แล

ขนานหนึ่ง เอา โกฐกะกลิ้ง ๑ ใบย่างทราย ๑ ไพล ๑ ดีปลี ๑ สังข์ ๑ ขิง ๕ แว่น พริกไทยเท่ายาทั้งหลาย บดใส่ตาต้อเนื้อ ต้อสายลมเลือดเป็นบ้าหมู ก็หายแล

ยาขนานนี้ ชื่อพระอินทร์ แก้ตาหมอก เอา ดินถนำ ๑ ขิง ๑ หอยขม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ขมิ้นอ้อยเอาเท่าน้ำมะนาว แช่ไว้คืน ๑ บดแท่งไว้ ใส่ตาได้ ๗ หน

ยานี้ ชื่อ ทิพจักษุ เอา ข้าวตากหุงให้สุก ตากแดดจนแห้ง พริก ๑ ขิง ๑ ดินถนำ ๑ เท่ากัน ขมิ้น ๒ บาท ลูกจันทน์ ๑ บาท ดอกจันทน์ ๑ บาท กระทือ ๑ บาท พิมเสนรำหัด บดด้วยน้ำมะนาว ใส่ตาสรรพต้อ แล

ขนานหนึ่ง เอา มหาหิงค์ ๑ ตะกั่วชิน ๒ บาท น้ำข่า ๑ บาท ตะกั่วชินและน้ำข่า ให้กินกัน แล

ขนานหนึ่ง เอา ดีจรเข้และน้ำมะพร้าว แช่น้ำรำหัด ใส่ตาต้อหมอก ริดสีดวง สรรพต้อทุกประการ ชื่อ จักรพรรดิ์ราช แล

ฝีตัดกระหม่อม เอามนต์นี้ตัด (โอมกำลังเตชา วตะ กัตะ เภเรเว พัดถึง) สามหนมนต์ปลายมีด (โอมจักนิ่ง จักนิ่งสวาหะ โอมคุดนิ่งสวาหะ) มนต์ต้นมืดตัดต้อแล้วใส่ยาทิพจักษุก่อนจึงใส่ยา ชื่อมีดดวงพระอินทร และเอาจักรพรรดิ์ราช ใส่ภายหลังเห็นอย่างหนึ่งอันมีต้อจะตัดก็ดี เอายานี้ใส่หายดุจเดียวแล

ขนานหนึ่ง เอา พิมเสน ๑ ดีบุกดำ ๑ น้ำข่า ๑ เอาดีบุก อุ่นไฟให้ร้อน เอาขี้ผึ้งใส่ข่าเสียทีหนึ่ง แล้วใส่น้ำท่าและดีบุก ให้กินกัน แล้วเอาน้ำหอยโข่งแช่น้ำ บดเป็นแท่งไว้ ใส่ตาต้อริดสีดวงก็ดี ตาเปียกก็ดี ยานี้ชื่อ พรมเชียงนิพงสวิง

ขนานหนึ่ง เอารากผักคราด ๑ รากอัญชัญทั้ง ๒ รากสลิด ๑ บดพอกหน้าผาก ริดสีดวงงอกในตาหมอกหาย แล

ยาชื่อ แผ้วไตรตริงใหญ่ เอา เกษรบัวหลวง ๑ ดอกอัญชัญขาว ๑ ดอก ผักบุ้งขัน ๑ ดอก ตำลึง ๑ ดอก พุดตาล ๑ ดอก พุดซ้อน ๑ ดอก มะลิลา ๑ ดอก มะลิซ้อน ๑ ดอก ดินถนำ ๑ ก้อน แล้วเอาน้ำด่างเป็นน้ำกระสายบด

ยาแก้ริดสีดวง เอาดินถนำหนัก ๒ บาท ขมิ้นอ้อยหนัก ๑ บาท รากอัญชัญขาว หนัก ๑ บาท รากสลิด หนัก ๑ บาท พริกไทย หนัก ๒ สลึง ขิง หนัก ๒ สลึง พิมเสน หนัก ๒ สลึง บดเป็นแท่ง ฝนทาแก้ตาเปื่อย ตาช้ำ เพื่อโรคริดสีดวง

ยากัดต้อต่างๆ เอา ดีจระเข้ ๑ ดีตะพาบน้ำ ๑ ดีงูเห่า ๑ ดีงูเหลือม ๑ ดีวัว ๑ ดีควาย ๑ ดีเหี้ย ๑ ดีปลากา ๑ ดีเลียงผา ๑ ลูกจิก ๑ ลูกสะบ้า ๑ ลูกสะวาด ๑ รากถั่วพู ๑ รากถั่วแระ ๑ ลูกลมุดสีดา ๑ รากอัญชัญขาว ๑ รากอัญชัญเขียว ๑ รากมะกล่ำทั้ง ๒ รากขี้กาแดง ๑ รากมะไฟ ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ลูกกระวาน ๑ ดีปลี ๑ ดินถนำ ๑ บัลลังก์ศิลา ๑ แก้วแกลบ ๑ ชะมด ๑ ยาทั้งนี้บดด้วยน้ำมะนาว ปั้นเป็นแท่งไว้ ใช่ใส่ตาต้อ กระจกและต้อทั้งหลายก็ได้ ชื่อ อินทรสูตรมณฑล

ยาชื่อ แผ้วปราบอากาศ เอาลูกส้มป่อย ๑ ลูกแคแดง ๑ ลูกแคขาว ๑ ลูกฝ้าย ๑ เอาเท่ากัน แล้วเอาน้ำเถาตำลึงบดเป็นกระสาย บดทำแท่งไว้

ยาชื่อ อินทเนตร์แดงใหญ่ เอา ฝาง ๑ ครั่ง ๑ แก่นประดู่ ๑ ไม้แจง ๑ สารส้ม ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ จันทน์ ๑ เนระพูสี ๑ เปลือกช้างน้าว ๑ เปลือกซ้องแมว ๑ สีเสียดทั้ง ๒ สีเสียดลาว บดด้วยน้ำ เถาตำลึงเป็นกระสาย แก้ปวดเคือง ฝิ่นแทรก ถ้ากัดหญ้าชันกาด หญ้าไทร ถ้าแก้ปวดน้ำแตงกวาน้ำฝิ่นแทรก ถ้าปวดเพื่อลม พิมเสน รำหัด

ยาชื่อ แดงน้อย เอาขมิ้นอ้อย ๑ บอระเพ็ด ๑ เม็ดมะนาว ๑ ดอกมะขาม ๑ เม็ดในมะขาม ๑ เปลือกจันทน์แดง ๑ แก่นไม้แดง ๑ ฝาง ๑ ครั่ง ๑ แก่นประดู่ ๑ สารส้ม ๑ สีเสียดเทศ ๑ เปลือกประดู่ต้ม บดเป็นน้ำกระสาย ปั้นเป็นแท่ง ทั้งแดงเล็กแดงใหญ่ ฝนกับน้ำท่าและน้ำสุราโรง น้ำแตงกวาเผา น้ำผักบุ้ง ถ้าปวดน้ำฝิ่น น้ำพิมเสนตัด ถ้ากัด น้ำหญ้าคา น้ำรากหญ้าไทร น้ำหญ้าชันกาด ดีตัด

ยาชื่อ แผ้วไตรโลก เอารากอัญชัญขาว หนัก ๑ บาท รากอัญชัญเขียว หนัก ๑ บาท รากมะกล่ำ ทั้ง ๒ หนักสิ่งละ ๕ สลึง ลูกมากล่ำขาว หนัก ๕ สลึง ส้มกุ้งทั้ง ๒ หนักสิ่งละ ๕ สลึงเฟื้อง สารส้มหนัก ๗ สลึง เม็ดส้มป่อยหนัก ๖ สลึง บวบขมหนัก ๑ บาท น้ำกระสายตามแต่จะใช้เถิด แก้สารพัดต้อ

ยาชื่อ แผ้วไตรภูมิ เอา น้ำนมเสือ ๑ อัญชัญทั้งดอกทั้งลูก ๑ อัญชัญเขียวทั้งดอกทั้งลูก ๑ ผักเค็ดทั้งดอกทั้งลูก ๑ ตำลึง ทั้งดอกทั้งลูก ๑ ลูกส้มป่อย ๑ ลูก ดอกพุด ๑ ดอกมะลิ ๑ ลูกมะกล่ำขาว ๑ บดเป็นแท่งไว้ น้ำกระสายตามแต่จะใช้เถิด แก้ได้สารพัด