บทความภาษาไทย

หลักการและเหตุผล 

ความเป็นมาของโครงการตั้งแต่เริ่มดำเนินงานด้านสุขภาพ และการบำบัดโรคด้วยการแพทย์ตะวันออกและการแพทย์แบบผสมผสานในหลายมิตินั้นได้ รับการยอมรับอย่างยิ่ง เป็นผลนำมาซึ่งการนำหลักการและองค์ความรู้ที่บรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดกัน มายาวนานโดยอาศัยแนวปฏิบัติและทฤษฎีเน้นธรรมชาติและการผสานหล่อหลอมเรื่อง จิตวิญญาณประสานกับวิถีชีวิต อย่างกลมกลืนนั้นจึงเป็นแนวทางการรักษาตนเองอย่างพร้อมสรรพและมีความปลอดภัย โดยธรรมชาติมากยิ่งกว่า เช่นการใช้สมุนไพรปรับธาตุเน้นการปรับสมดุลปรับความทรุดโทรมให้กลับฟื้นขึ้น มามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เปรียบเสมือนเราได้ชาร์ตแบตเตอรี่ด้านสุขภาพ การเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเน้นกระบวนการมีสติผสานกับความร้อน-เย็น ซึ่งมีอยู่แล้วในธรรมชาติ การขูดผิวหนัง  การฝังเข็ม , การใช้น้ำธรรมดาเรานี้เอง เพื่อบำบัดรักษาโรค การอบสมุนไพรให้ความร้อน ถอนพิษ ที่ระดับผิวหนังและระบายไอเย็นออกจากปอด ฯลฯ ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นรวมแล้วเป็นกระบวนการรักษาโดยเน้นการปรับสมดุลธาตุและ ลมปราณทั้งสิ้น และ ทั้งนี้เรายังได้รวบรวมองค์รู้ด้านการแพทย์แผนต่างๆ มาประยุกต์กับการบำบัดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆด้วย และทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่มีความสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เพื่อนำองค์ ความรู้ทางการแพทย์ที่บรรพบุรุษเราได้มอบไว้ ซึ่งคลังสมบัติทางปัญญาอันยิ่งใหญ่นี้ ไปช่วยเหลือตนเองและเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความทุกขเวทนา จากการเจ็บป่วยนั้นให้ทุเลาเบาหาย เพื่อคุณความดีอันยิ่งใหญ่โดยความปรารถนาเพื่อจะช่วยเพื่อนมนุษย์ให้หายจาก เวทนา ทางการเจ็บป่วย ด้วยมโนปณิธานของผู้ที่เป็นหมอ ไม่หวังสิ่งอื่นใดหวังอย่างยิ่งว่าเมื่อเกิดภพไหนชาติใดขอให้ได้เป็นหมอ เพื่อรักษาทุกขเวทนา ทุกภพ ทุกชาติไป ท้ายสุดแห่งการเกิด ขอให้ถึงที่สุดทุกข์คือพระนิพพาน นี่คือความปรารถนาเป็น สัมมาทิฐิอันประเสริฐ สุดยอดความปรารถนาใดๆในโลกที่นี้มนุษย์ทั้งหลายจะไม่พึงปรารถนา ขอสิ่งดีงามสูงสุดนี้จงอยู่คู่พระพุทธศาสนาและดำรงคงอยู่คู่เมืองไทยอันเป็นเมือง แห่งพระพุทธศาสนาและมีพระมหากษัตริย์อันทรงคุณูประการแก่ พสกนิกรชาวไทยอย่างเหลือพ้นที่สุดหาประมาณมิได้ ขอสิ่งที่ปรารถนาที่จะสร้างคือ

 “อโรคยาศาล” จงเป็นไปเพื่อความสำเร็จตามมโนปรารถนา สมเจตนาตามความตั้งใจทุกประการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ

เพื่อใช้เป็นอาคารดูแลและรักษาพยาบาลบำบัดอาการป่วย จัดเป็นประเภทคือ ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง (มะเร็ง) และผู้ที่เจ็บป่วยทั่วไป โดยเน้นหลักการทางธรรมชาติบำบัดการแพทย์แผนตะวันออก การแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทยที่นำมาประยุกต์ใช้ คือ สมุนไพรไทย การนวดแผนไทยปรับสมดุลต่างๆของธาตุทั้ง4 ตามหลัก ยาประจำธาตุ เจ้าเรือน ใช้สมุนไพรประคบร้อน อบสมุนไพรปรับสมดุลผิวหนังขับความชื้นเย็น ในเรื่องการแพทย์แผนจีน เช่น การใช้สมุนไพรจีน การนวดจีนปรับสมดุลธาตุ การฝังเข็ม กระบวนการต่างๆที่นำมาปรับใช้กับผู้ป่วยนั้นเป็นสิ่งที่สั่งสมประสบการณ์จาก การปฏิบัติงานด้านสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการดำเนินการด้านงานสุขภาพด้านหลักการแพทย์แผนตะวันออก ในนามคณะดำเนินการจัดสร้าง อโรคยาศาล จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสร้างอาคารเพื่อดูแลผู้ป่วยขึ้นมาครั้งนี้จะเป็น การพัฒนาและส่งเสริม การรักษาสุขภาพของผู้ป่วยด้วยองค์ความรู้ทางตะวันออกเราอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพื่อใช้เป็น สถานที่วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนตะวันออกให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้นในอนาคต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวปฏิบัติ ดังที่ได้กล่าวมานี้จักอำนวยประโยชน์สูงสุดเพื่อผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคภัย ไข้เจ็บต่างๆ และเป็นความหวังทางการรักษาสุขภาพต่อผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคทางกายและทางใจ ของทุกท่านให้บรรเทาเบาบางและหายได้ในที่สุด

พื้นที่ดำเนินการ

วัดป่ากุดฉนวนอุดมพร เลขที่ 3 หมู่.19 ต.บ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ 36170 ใช้พื้นที่ดำเนินการภายในวัด ทางวัดได้ปรับภูมิทัศน์โดยการถมดินบนเนื้อที่1ไร่ ตัวอาคารกว้าง 30x30 เมตร สร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น ชั้นล่าง 8 ห้องละ 7x7 เมตร ชั้นบน 10 ห้อง 4x3 เมตรมีระเบียงรอบอาคาร

งบประมาณในการดำเนินการ

3 ล้านบาท

งบประมาณในการดำเนินการ

ได้รับจากเงินบริจาคของทางวัดและจากศรัทธาสาธุชนทั้งจากหน่วยงานราชการ และผู้ที่มีจิตศรัทธาทั่วไป

ผลที่คาดว่าจะได้รับจาก การสร้าง อโรคยาศาล

  • ส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนในท้องถิ่นตระหนักถึงความสำคัญของการ แพทย์แผนตะวันออกอย่างจริงจังและเชื่อมโยงให้เห็นได้จากการช่วยเหลือตนเองได้ในยามวิกฤติ
  • อบรมอาสาสมัครด้านสุขภาพ เพื่อช่วยเหลือด้านพยาบาลในยามฉุกเฉินต่างๆ
  • ช่วยเหลือและส่งเสริมสุขภาพแบ่งเบาภาระผู้ป่วยจากโรงพยาบาลชุมชนซึ่งรับภาระผู้ป่วยมากมายอยู่แล้วในแต่ละวัน
  • ดำเนินงานด้านสุขภาพการจัดการดำเนินวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมองค์ความรู้ทางการแพทย์ ไทย-จีน   อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน
  • เป็นสถานที่อำนวยการด้านสุขภาพการแพทย์แผนตะวันออก เพื่อสนับสนุนช่วยเหลืออาการเจ็บป่วยที่เข้ามาใช้สถานที่
  • ดำเนินงานด้านสุขภาพการแพทย์ทางเลือกโดยอาศัยหลักการอาศัยกลที่เน้น คุณธรรม-เมตตาธรรมต่อเพื่อนมนุษย์เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงาน
  • ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้การดำเนินงานด้านสุขภาพโดยการใช้หลักการแพทย์แผนตะวันออก ไทย-จีน
  • และเป็นหลักประกันว่าการ ดำเนินงานด้านสุขภาพในโครงการนี้จัดอำนวยประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้ป่วยโดยช่วย เหลือสนับสนุนอย่างจริงใจและไม่มีค่าตอบแทนในการรักษาใดๆ
  • ส่งเสริมให้ชุมชนรู้จักพึ่งพาและรักษาตนเองได้ เมื่อมีอาการเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรงด้วยการใช้สมุนไพรที่มีในชุมชน
  • ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านท้องถิ่นด้านสุขภาพทางเลือก
  • มีลักษณะการทำงานแบบจิตอาสามุ่งประโยชน์ในการช่วยเหลือ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

คณะกรรมการดำเนินการสร้าง อโรคยาศาล และจิตอาสาในการดูแลสุขภาพผู้ป่วย

พระธาตรี อุปฺปลวณฺโณ ประธานคณะกรรมการ
พระครูวิสุทธิศุภกิจ ที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์
พระสมุห์โกศิลป์ ปญฺญาวชิโร รองประธานกรรมการ
พระอธิการ ครรชิต อกิญฺจโน   รองประธานกรรมการ
พระจารุวัฒน์ อคฺปญฺโญ รองประธานกรรมการ
นายแพทย์ สมปอง เจริญวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ  คณะกรรมการ/ที่ปรึกษา
นายแพทย์ ประสาท เรืองสุขอุดม คณะกรรมการ/เลขานุการ
นายแพทย์พยุงศักดิ์ สุจิตวัฒนศักดิ์ แพทย์แผนจีน กรรมการ
แพทย์หญิงสุดา หาชัยภูมิ กรรมการ
นางจันทิมา เรืองสุขอุดม  กรรมการ
นางสุนทรี ศรีพล กรรมการ
นางสายทอง หอมจันทร์ กรรมการ
นางสำรอง พิทักษ์พล กรรมการ
นางอัญชลี กุลปวโรภาส กรรมการ
นาย ณัฐวัฒน์  ชำนาญ เภสัชกรรมไทย กรรมการ
นายสมพาน ลาภสันเทีย กรรมการ
นายละไมย พร้อมสันเทีย กรรมการ
นายสากล เชื้ออาสา กรรมการ
นายทองดำ ดีเขว้า กรรมการ

คณะกรรมการดำเนินงานจิตอาสาพัฒนาการ ด้านสุขภาพ

นางวงเดือน ฦาชา หัวหน้าพยาบาล ประธานกรรมการ
นางนพพร รัตนถาวรกิตติ  รองประธานกรรมการ
นางอารีย์ พรหมผุย  กรรมการและเลขานุการ
นางศิริมา โกมารทัต กรรมการ
นางพิศวาสน์ เด่นวงษ์  กรรมการ
นางบุปผา ศรีนวลจำปา กรรมการ
นางจันทร์ฟอง ดิเรกศรี   กรรมการ
นางสุภาพร ตอพรหม     กรรมการ
นายอมรเทพ ทูลท่าหว้า กรรมการ
นางสุฤดี ธีรภัทรานันท์   กรรมการ
น.ส. สุดใจ แจ่มจำรัส     กรรมการ
นายเพชร  แสงศรี กรรมการ
นายมณสิช  เครือเนียม กรรมการ
น.ส.จันจิรา  อินเทพา กรรมการ
น.ส.สุกัญญา  แสงประภา กรรมการ

คณะกรรมการฝ่ายอาสาสมัครและการสื่อสาร

นายสมคิด สวยสม ร้านยานยนต์ออโต้ซาวด์  ประธานกรรมการ
นายชัยธวัฒน์ กิรติรัตน์ ห้องเย็นสมพงษ์ รองประธานกรรมการ
นายสมคิด จำเนียรทรัพย์ กรรมการ
นายวุฒิชัย  ตั้งกิติยานนท์ กรรมการ
นายฉัตรชัย  เชื้อรามัญ กรรมการ
นางสาวสกุณี  กีรติวงศ์วานิช กรรมการ
นางสาวชุติมา  ใจคง  กรรมการ

ผลตอบสนองที่จะเกิดขึ้นทั้งในส่วนปริมาณ/คุณภาพ

ในเชิงปริมาณ

สามารถที่จะส่งเสริมสุขภาพทั้งในรูปแบบการพึ่งพาตนเองได้อย่างหลากหลายและมีกระบวนการ ศึกษาเรียนรู้ในด้านการรักษาสุขภาพตามแนวทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาสุขมากยิ่งขึ้น

ในเชิงคุณภาพ

ความสะดวกและปลอดภัยซึ่งอาศัยหลักการและทฤษฎี เน้นธรรมชาติบำบัดแบบองค์รวมเป็นตัวกลางในการส่งเสริมและรักษาสุขภาพเป็นสำคัญ

การแพทย์พื้นบ้านของไทย  เป็นการดูแลสุขภาพที่มีมาแต่ดั้งเดิมพร้อมๆ กับการกำเนิดของชาติไทย  เกิดจากการเรียนรู้ธรรมชาติ  ลองผิดลองถูก  และจดจำบอกเล่าสืบต่อกันมา  มีความแตกต่างกันไปตามสิ่งแวดล้อมทางภูมิศาสตร์  เศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  และความเชื่อต่างๆ  เช่น  การแพทย์และสมุนไพรภาคเหนือ  ภาคใต้  เป็นต้น

สำหรับการแพทย์พื้นบ้านอีสานเป็นกระบวนการที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างปัจจัยต่างๆ  เช่น  สภาพภูมิศาสตร์  ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์  และกระบวนการทางวัฒนธรรมนำไปสู่การทดลองเรียนรู้  การถ่ายทอดในกลุ่มของตนเอง  การแพทย์พื้นบ้านอีสานประกอบด้วยการป้องกัน (Prevention)  และการรักษา  (Curation)  และใช้วิธีทางธรรมชาติ  ไสยศาสตร์  และพุทธไสยศาสตร์
 
ชาวอีสานเชื่อเรื่องผี  เชื่อว่าผู้มีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่คือ  ผีแถน  หรือผีฟ้าพญาแถน  แถนเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง  ให้กำเนิดดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  โลกและมนุษย์  ผีที่ใกล้ชิดชาวบ้านอีสานมากที่สุดคือ  ผีปู่ตา  ซึ่งถือว่าเป็นผีบรรพบุรุษที่มาคอยปกปักรักษาลูกหลาน  คอยช่วยเหลือชาวบ้านที่มีทุกข์ร้อน  ชาวบ้านจะสร้างศาลปู่ตาไว้ที่ป่าใกล้บ้านเรียกว่า ป่าปู่ตา  เป็นป่าที่ศักดิ์สิทธิ์
 
นอกจากนี้ชาวอีสานยังเชื่อเรื่องขวัญว่าขวัญเป็นสิ่งรวมศูนย์ชีวิตแต่มองไม่ เห็น  สัมผัสไม่ได้  มีการทำพิธีสู่ขวัญหรือเรียกขวัญเพื่อสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิต ในพิธีชาวบ้านจำนวนมากจะเอามือแตะตัวอีกคนต่อๆ กันเพื่อจะรวมกันส่งพลังให้จนถึงบุคคลหนึ่งที่พวกเขาช่วยกันเเรียกขวัญกลับ มาเป็นสัญลักษณ์ว่าชุมชนระดมจิตใจมาช่วยส่งเสริมเจ็บป่วยหรือผู้ที่มีปัญหา หรือผู้ที่เขาต้องการให้แช่มชื่น  เช่น  สู่ขวัญเด็ก  สู่ขวัญบ่าวสาว  สู่ขวัญคนป่วย  เป็นต้น ชาวอีสานเชื่อว่าสาเหตุของการเจ็บป่วยนั้นเกิดจากสาเหตุต่างๆ  มากมายหลายประการ  เช่น  เจ็บป่วยเพราะผีเข้า  เจ็บป่วยเพราะกินเหล้าเมายา( ยาเสพติด )  เจ็บป่วยเพราะผิดคำบนบานศาลกล่าว  เจ็บป่วยเพราะความชรา  เจ็บป่วยเพราะโศกเศร้าเสียใจ  เจ็บป่วยเพราะกินอาหารแสลงขณะอยู่ไฟ  เจ็บป่วยเพราะกินอาหารไม่เลือก  เจ็บป่วยเพราะตกต้นไม้เพราะควายชน( อุบัติเหตุ )  เจ็บป่วยเพระถูกยาสั่งหรือถูกลองของ  เจ็บป่วยเพราะเป็นฝีในท้องหรือวัณโรค  เจ็บป่วยเพราะถูกทำร้ายร่างกาย  เจ็บป่วยเพราะมีพยาธิเข้าสู่ร่างกาย  เจ็บป่วยเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง  เจ็บป่วยเพราะคิดถึงคนรักที่อยู่ต่างแดน  เจ็บป่วยเพราะเกียจคร้าน  เจ็บป่วยเพราะต้องการให้ลูกหลานเอาใจ (คนแก่)  เป็นต้น
 
นอกจากนี้ยังมีวิธีการตรวจดูอาการในการตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยดังนี้  ดูสีผิวและสีตาผู้ป่วย  จับดูขาจับดูแข้ง  ลูบคลำในบริเวณที่เจ็บป่วย  ดูความเย็นความร้อนของร่างกายผู้ป่วย  ดูอาการหายใจของผู้ป่วย  ดูสีไฝและสีปานของผู้ป่วย  ดูสีหน้าความแดงและความซีดของผู้ป่วย  เป็นต้น หมอพื้นบ้านอีสาน  สามารถจำแนกตามลักษณะของการรักษาอันเนื่องมาจากสาเหตุของโรค (etiology)  แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

1. หมอที่รักษาผู้ป่วยอันเนื่องมาจากสาเหตุของโรคที่เป็น “ธรรมชาติ”  หรือเนื่องมาจาก “พยาธิ”  และความผิดปกติของธาตุทั้งสี่  ได้แก่
  • หมอยาฮากไม้  เป็นหมอที่ใช้วิธีการรักษาด้วยสมุนไพร  แร่ธาตุบางชนิด  และเขี้ยวสัตว์  หรือส่วนต่างๆ ของสัตว์บางชนิด  โรคส่วนใหญ่ที่รักษาได้แก่  โรคเลือด  วิน( อาการปวดศีรษะ )    และอาการผิดปกติของหญิงแม่ลูกอ่อนหลังอยู่ไฟ
  • หมอเป่า  มีวิธีการรักษาด้วยการเป่าต่างๆ กันไป  ส่วนประกอบที่ใช้และพบบ่อย  คือ  ปูนกินหมาก  เคี้ยวกระทียมแล้วเป่า  เคี้ยวหมากเป่า  เคี้ยวใบไม้บางชนิดเป่า  เป็นต้น  โรคที่รักษาได้แก่  ถ้าเลิดเด็กน้อย  ปวดศีรษะ  โรคผิวหนังบางชนิด ( งูสวัด )  เป็นต้น  การที่หมอเป่าจะรักษาหายหรือไม่หายนั้น  หมอเป่าเชื่อว่าเป็นเรื่องของการทำบุญร่วมกันมาในชาติก่อนของหมอกับผู้ป่วย cheap replica designer handbags.
  • หมอน้ำมนตร์   เป็นการรักษาโดยการทำน้ำมนตร์และพรมไปตามส่วนที่บาดเจ็บ เช่น กระดูกเคลื่อน หัก อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น รถชน ตกต้นไม้ เป็นต้น
  • หมอเอ็น    เป็นการรักษาโดยใช้หัวแม่มือ และนิ้วชี้ สำหรับ จับเอ็นที่เคล็ดขัดยอก หรือกระดูกเคลื่อน.  

2. หมอที่รักษาด้วยพิธีกรรม/สาเหตุของโรคเนื่องจากสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
โรคเหนือธรรมชาติ ได้แก่ โรคเนื่องจากฝีต่าง ๆ เจ้าที่ หรือการปฏิบัติตนที่ละเมิดฝ่าฝืนทำนองคลองธรรมของครอบครัว หรือ ชุมชน การรักษาจะต้องมีพิธีกรรม หมอเหล่านี้ได้แก่

  • หมอพระ   เป็นพระที่มีหน้าที่รักษาโรค ได้แก่ อาการปวดหัว ปวดท้อง อารมณ์เสียบ่อย ๆ เป็นลมง่าย มีอาการชาตามตัว รักษาโดยการประพรมน้ำมนตร์ หรืออาบน้ำมนตร์ผูกแขนให้ และให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และให้สวดมนต์ก่อนนอน  ผู้ป่วยที่มามักเป็นผู้ป่วยที่ไปโรงพยาบาลแล้วหมอตรวจโรคไม่พบ ซึ่งหมอพระเชื่อว่า อาการต่าง ๆ เหล่านี้ มีสาเหตุมาจากผี หรือ ผีเฮ็ด ( ผีทำ )  ปัจจุบันหมอพระมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ
  • หมอลำผีทรง   ( หมอลำผีฟ้า )   ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงรักษาผู้ป่วยโดยการรำและมีแคนประกอบ  ส่วนประกอบสำคัญในพิธีกรรมคือ พาคาย  หรือถาดใส่แป้งกระแป้ง  กระจกส่องหน้าเล็กๆ  หรือน้ำมันใส่ผม  หมอแคนเป่าเพลง  วิธีการทำโดยหมอลำส่องกระจก  และเจรจาโต้ถามกับผี  จนในที่สุดผู้ป่วยลุกขึ้นฟ้อน   แสดงว่าผีที่เป็นสาเหตุของความเจ็บป่วยพอใจ และผู้ป่วยจะหายในที่สุด  หมอลำชนิดนี้รักษาผู้ป่วยได้เพราะมีผีเข้ามาเทียบ  ละเรียกชื่อตามผีนั้นๆ  เช่นหมอลำผีทรง  หมอลำผีฟ้า  ( ที่มาของผีทรง ละผีฟ้าแตกต่างกัน  หมอลำผีฟ้ามาจากที่สูงกว่า จากชั้น 9  แต่ผีทรงมาจากชั้น 5  )  ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเลือกหมดลำผีทรง ( ผีฟ้า)  เป็นการรักษาหลังสุด  หลังจากที่หมอรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้ว
  • หมอธรรม  ส่วนใหญ่หมอธรรมจะเรียนวิชามาจากวัด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่บวชเรียน  บางครั้งหมอธรรมถูเรียกว่า  หมอผี  เนื่องจากหมอธรรมรักษาผู้ป่วยอันมาจากผี  เช่น  ผีปอบ  หมอธรรมรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีนั่งธรรม  เพื่อหาสาเห๖ว่า “ ใคร ”  เป็นสาตุของความเจ็บป่วย  เช่น ผีต่างๆ  หรือ  การละเมิดกฏเกณฑ์ของครอบครัว  หรือชุมชน  และจะดำเนินการรักษาไปตามสาเหตุนั้น  ถ้าเป็นผีปอบ  หมอธรรมมักจะใช้ไม้เท้าอันเล็กๆ  หรือกาบกล้วยว่าคาถาแล้วตีไปที่ผู้ป่วยเพื่อไล่ให้ผีออก  หรือใช้วิธีสวดธรรมในกรณีที่ผู้ป่วยถูกผี ( ผีป่าผีเชื้อ )  มากลั่นแกล้ง  จบลงด้วยการสู่ขวัญ และอาบน้ำมนตร์ให้ผู้ป่วย  ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหายแล้ว กับหมอธรรมจะเป็นลักษณะของ “ พ่อเลี้ยงกัลป์ปบลูกเลี้ยง ”  คือจะต้องระลึกถึงหมอธรรมอยู่เสมอ  โดยเฉพาะวันพระจะต้องนำดอกไม้สีขาวบูชาบนหิ้งของบ้านของผู้ป่วย  ส่วนวันเข้าพรรษาและวันออกพรรษาจะต้องไปแสดงมุทิตาจิตต่อหมอธรรม  ผูกข้อมือเพื่อความสุขสวัสดี  ผู้ป่วยที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นี้อาจจะล้มป่วยเอง  และชาวบ้านเรียกว่าป่วยเนื่องจาก “ ผิดของรักษา ”  ในสายตาของชาวบ้านแล้วหมอธรรมอยู่ในฐานะสูงกว่าหมอลำผีฟ้า  เพราะหมอธรรมใช้ธรรมรักษา  ส่วนหมอลำผีทรงใช้ผีซึ่งอยู่ในฐานะต่ำกว่าธรรม
  • หมอพร หรือ หมอสู่ขวัญ หรือพาม (พราหมณ์)  ถ้ามีความรู้ทางโหราศาสตร์  และดูฤกษ์ยามตลอดจนประกอบพิธีขึ้นบ้านใหม่  ทำพิธีก่อนลงเสาแฮก เสาขวัญ เรียกว่าพรม  ชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุของความเจ็บป่วยประการหนึ่งคือ  การที่ขวัญหนีคิง ( ขวัญหนีออกจากร่าง )  การที่จะให้มีร่างกายสู่สภาวะปกติจึงต้องเรียกให้ขวัญกลับเข้ามาอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย  การสู่ขวัญจึงเป็นการรักษา ( curative medicine )  การสู่ขวัญเพื่อให้ขวัญ “ แข็งแรง “  และเบิกบานเป็นการป้องกัน ( preventive medicine )  ได้แก่  การสู่ขวัญต้อนรับผู้มาเยือน  การสู่ขวัญแม่มาน ( หญิงมีครรภ์ก่อนคลอด )  การสู่ขวัญนาค  การสู่ขวัญพระก่อนเข้าพรรษา  เป็นต้น  เครื่องหมายที่แสดงว่าขวัญกลับเข้าอยู่ในร่างกาย  คือการผูกแขนด้วยฝ้าย  ตามสำนวนที่ว่า  ผูกเบื้องซ้ายขวัญมา ผูกเบื้องขวาขวัญอยู่  
  • หมอตำแย หมอตำแยที่เป็นผู้หญิงและผู้ชายสามารถปฏิบัติงานได้แตกต่างกันคือหมอตำแยผู้หญิงจะทำหน้าที่เฉพาะการทำคลอด และการทำความสะอาดเด็กเท่านั้น ส่วนขั้นตอนต่อไปคือพิธีกรรมการเอาแม่ลูกอ่อนอยู่ไฟนั้นเป็หน้าที่ของหมอเป่า หรือกรณีคลอดยากอาจต้องให้หมอเป่าทำน้ำมนต์ให้หญิงมีครรภ์ดื่มเรียกว่าสะเดาะ แต่หมอตำแยผู้ชายสามารถทำได้ทุกขั้นตอนคือตั้งแต่การทำคลอด การทำความสะอาดเด็ก จนกระทั่งถึงพิธีกรรมการเอาแม่ลูกอ่อนอยู่ไฟ เป็นต้น ฯลฯ